มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จะสืบสวนการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

ดร. บอนนี่ ดอคเฮอตี้ อาจารย์ผู้ดูแลประจำแผนงานสิทธิมนุษยชน ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จะเป็นผู้นำทีมคณะนักวิจัยมายังประเทศไทยในช่วงต้นเดือนมกราคม

ร่วมกันกับ ศูนย์เบิร์กมานเพื่ออินเทอร์เน็ตและสังคม (Berkman Center for Internet and Society) ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และโครงการโอเพนเน็ตอินิชิเอทีฟ (OpenNet Initiative) ทีมงานจะทำการสืบสวนประเด็นการแสดงออกอย่างเสรีในประเทศไทย

ทีมงานจะพิจารณาการปิดกั้นและคัดกรองเว็บในปัจจุบัน ซึ่งกระทำโดยหน่วยงานรัฐบาลไทยจำนวนหนึ่ง ที่เด่นชัดก็คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, และ การสื่อสารแห่งประเทศไทย

ทีมงานจะสืบสวนหาความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกอย่างเสรี และจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในบริบทที่กว้างกว่า เกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน

เนื่องจากการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยทั้งหมดนั้น กระทำอย่างปกปิดเป็นความลับ เราจึงตั้งใจอย่างจดจ่อที่จะรอรับฟังเสียงตอบรับจากรัฐบาลไทย ต่อการพิจารณาอย่างละเอียดระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างฮาร์วาร์ด ที่ซึ่งเชื้อพระวงศ์ไทยจำนวนมากเคยศึกษา

ทีมฮาร์วาร์ดจะเข้าพบและสอบถาม องค์กรพัฒนาเอกชน นักหนังสือพิมพ์ นักกฎหมาย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ

Source : http://facthai.wordpress.com/2006/12/30/harvard-investigation-thai/

ปล. ข่าวนี้เป็นข่าวที่คัดลอกมาเฉยๆ ครับ อยากรู้เรื่องราวทั้งหมด อ่านได้จากลิงก์ข้างบนครับ

ปอ. ขอสนับสนุนข่าวนี้ครับ ไม่เอาดวงตา ออกป๊ายยยยย

ว่าด้วยเนกิมะ

วันนี้เผา blog เขียนเล่นเอาแล้วกัน มาว่ากันด้วยสาระเรื่องของการ์ตูนที่เพิ่งอ่านมาเมื่อวานนามว่า “เนกิมะ”

Negima

บางคนที่ลองอ่าน หรือมองเพียงผ่านๆ แล้ว อาจจะมองไม่เห็นถึงสาระที่ซ่อนอยู่ในนั้น เห็นเพียงแค่ความรู้สึกอยากเป็นบ.ก.ของหนังสือการ์ตูนในประเทศไทย จะได้เห็นถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในคำว่า “คว้าง” “พรึ่บ” “ผ่าง” ทั้งหลาย (จริงๆ แล้วก็อยากเป็นด้วยสาเหตุนั้นจริงๆ นะ)

เล่มที่ 14 นี้ก็มีเรื่องราวของวัยรุ่นที่ยังมีฮอร์โมนเพศอยู่เต็มเปี่ยม (ตัวเองแก่แล้วใช่มั๊ยเนี่ย) ว่ากันด้วยเรื่องของรักสามเส้าที่ตามละครช่อง 7 คงต้องบอกว่าน้ำเน่าสุดๆ ก็คือ มีผู้หญิงสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน และผู้หญิงคนหนึ่งก็ไปหลงชอบผู้ชายคนนึง ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทก็คอยเชียร์อยู่ แต่แล้วผู้หญิงคนนั้นก็กลับตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกันซะเอง

ถ้าดูกันเนื้อหาปกติ ก็คงจะหาสาระอะไรไม่ได้ แต่สิ่งที่บังเอิญคิดขึ้นมาได้เมื่อวาน นั่นก็คือ คุณจะจัดการกับสิ่งเหล่านี้ยังไงในโลกแห่งความเป็นจริง?

เพื่อนสนิท กับความรัก ถ้าบอกตามเพลงวัยรุ่นก็คงต้องบอกว่า “ปล่อยไปตามหัวใจ”

ไม่ๆ เราจะไม่พูดถึงว่า คุณจะเลือกอะไรระหว่างเพื่อนสนิท กับความรัก

แต่ผมจะพูดถึงว่า ถ้าเรากลับกันเป็นสถานการณ์ในโลกของความเป็นจริง ระหว่าง “ความก้าวหน้า” กับ “ความซื่อตรง”

คุณจะเลือกอะไรระหว่าง ความก้าวหน้าทางอนาคตของคุณ ที่คุณอาจจะไม่สามารถหาได้อีกแล้วในชีวิตของคุณ แต่ต้องแลกกับสิ่งที่ทำให้คุณไม่สบายใจไปตลอดชีวิต

คุณอาจจำเป็นจะต้องหักหลังเพื่อนคุณ เพื่อให้คุณได้พบกับสิ่งที่ดีๆ ในชีวิต

ตัวเลือกเหล่านี้ ผมมั่นใจว่าทุกคนจะต้องได้พบในอนาคต ในสถานการณ์ที่พร้อมจะบีบบังคับคุณทุกอย่างให้เลือกในสิ่งที่คุณคิดว่ามันคงไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน

ผมจะไม่พูดว่า ให้คุณทางไหน ให้คุณคิดแบบไหน

แต่ผมจะถามว่า ในระหว่างที่คุณกำลังมีความสุขกับชีวิตอยู่ในขณะนี้ คุณพร้อมสำหรับอนาคตที่ต้องจะเผชิญแล้วหรือยัง

ปล. วันนี้ออกแนวเครียดจัดแฮะ แต่ตอนพิมพ์เรื่องนี้ ไม่ได้เครียดอยู่นะ ปอ. จริงๆ แล้ว ที่เขียน blog วันนี้ เพียงแค่อยากจะเตือนใจตัวเองที่เหลืออีก 1 ปีกว่าๆ นิดๆ ที่ดูเหมือนจะยาว แต่จริงๆ แล้วก็สั้นเหลือเกิน ให้พร้อมกับอนาคตเท่านั้นแหล่ะ