เซ็งเป็ด 2

วันนี้จะมาบ่นอีกแล้วววววววววว ว่า

เครือข่าย AIS มันเป็นเข้ไรฟะะะะะะะะะะ

ตรูโทรออกไม่ได้ ใครก็โทรหาตรูไม่ได้มาหลายวันแล้วเฟ้ย

หัดบอกอะไร ออกข่าวหนังสือพิมพ์บ้างซะนะ

หรือว่าตรูบ้านนอกเองที่ไม่รู้อะไร…

อวสาน

ไม่มีอะไรมาก แค่จะมาแก้ไขข้อมูลข้อ 4 ของที่อัพบล็อกครั้งก่อนว่า มันกลายเป็น 4.00 เรียบร้อยไปแล้วล่ะครับ…

ปล.ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องอดทนแล้ว เพราะทำใจได้แล้วครับ

Blog tag

พอดีไปอ่านบล็อกของ (ไอ้)พี่แอน ประจำอยู่แล้ว ก็เลยไปเจออะไรสนุกๆ มาเล่น มันก็คือ Blog tag นั่นเอง

กติกรูเพียงง่ายๆ เพียงแค่ท่านเล่าเรื่องงุงิงุงิของท่านเพียง 5 ประการ เสร็จแล้วก็ tag บล็อกคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ คนที่โดน tag ก็ต้องเล่าเรื่องงุงิงุงิของตัวเองต่ออีก 5 เรื่องในบล็อกของตัวเอง แล้วก็ต้อง tag คนต่อไปอีก 5 คนเรื่อยๆ

แน่นอนอยู่แล้วว่าบล็อกเล็กๆ ในนี้ ให้โลกมันดิ้นตาย มันก็คงไม่มีใครมา tag เราหรอก เราก็เลยถือเอาว่าขอ tag ตัวเองก็แล้วกันนะ อิอิ

1.เริ่มด้วยประวัติชื่อในเน็ตของตัวเอง WingGundamZeroCustom.co.th ชื่อยาวเอี้ยๆ อันนี้มีประวัติอันเอี้ยๆ ที่ไร้เหตุผลสิ้นดี ก็เพียงแค่เล่น Counter Strike ที่ร้าน Zest ข้างพันธ์ทิพย์ แล้วก็แข่งกันว่าใครตั้งชื่อได้ยาว แล้วมีความหมายมากที่สุด ตอนแรกก็ตั้งง่ายๆ Amuro (คนขับกันดั้มภาคแรก) แล้วก็เริ่มไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ Gundam 0079, Z Gundam, ZZ Gundam ไอ้คนที่เล่นอยู่ในร้านแม่งก็ดันบ้าจี้เล่นตามไปด้วยอีก สุดท้ายเลยกลายเป็นแข่งชื่อยาว ตอนแรกก็คิดว่า WingGundam เสร็จแล้วมันสั้นไป เลยเติมยศให้มันเต็มที่ซะเลยเป็น WingGundamZeroCustom แต่มันก็ยังสั้นกว่าไอ้คนที่แข่งด้วยอีก ก็เลยเติม .co.th มาซะเลย สุดท้ายไม่รู้เป็นไร ติดใจชื่อนี้เหลือเกิน แทบอยากจะแต่งงานกัน ก็เลยจับมาอยู่กินด้วยกันซะเลย 555+

2.แตะคอมครั้งแรกที่มีความรู้สึกจริงจังได้ เมื่อตอนม.1 มีเพื่อนที่นามว่าปรัชญ์ (ป่านนี้ไม่รู้หายไปไหนแล้ว) มันเอาหนังสือคอมพิวเตอร์เล่มแรกมาให้ผมดูนั่นก็คืออออ “HTML เบื้องต้น” โอ้ววว พระเจ้าจอร์ช ตรูแตะคอมครั้งแรกก็สร้างเว็บทันทีเลย ไม่น่าเชื่อ หลังจากนั้นก็ได้ทำการผจญภัยเก็บเลเวลมากมาย ตั้งแต่กลับไปเรียน DOS ที่สารพัดช่าง (เห็นใบสมัครเรียนคอมฯ ตอนนั้นก็พุ่งเข้าหาเลย ทั้งๆ ที่โรงเรียนใช้ Windows 95 แล้ว ก็ตรูไม่รู้นี่หว่า) ได้รู้จักกับดร.สุชาติ ผู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผมทั้งชีวิต เลเวลขึ้นพรวดพราด การสลายและการตกอับของเลเวล เมื่อครั้งเข้าม.ปลายใหม่ๆ ที่ได้พบกับโลกกว้างที่แท้จริง และกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเมื่อตอนตั้งชุมนุมคอมเมื่อตอนม.6 หลังจากเริ่มหาทางเดินตัวเองได้อีกครั้ง

3.มีคอมครั้งแรกตอนม.3 หลังจากทำการรบกับแม่มาร่วม 2 ปี จำได้เลยว่าวันแรกซื้อคอมมาก็ format ลงใหม่เองหมดแล้ว (นี่แหล่ะ ประโยชน์ของการซื้อคอมตอนเชี่ยวๆ)

4.มีแต่เรื่องคอม เอาเรื่องชีวิตรักวัยรุ่น วัยเรียน วัยโจ๋ วัยคึกคะนอง วัยจ้องสืบพันธุ์ อุ๊บ ม่ายช่าย แค่อยากจะบอกว่าตั้งแต่เกิดมาก็ตกอับมาตลอดนั่นแหล่ะ รักข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่ง มองฝ่ายเดียว คิดไปเอง แล้วก็อกหักนับรวมๆ กันได้ก็ราวๆ 3.75 ครั้ง ถามว่าทำไมมี .75 ด้วยนะเรอะ ก็เพราะ….ยังไม่บอก

5.ข้อสุดท้าย ก็ยังไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับคอมฯ อยู่ดี สำหรับหลายคนที่ยังไม่รู้ ก็มาเปิดเผยกันซะที่นี้ซะเลย ว่าผมเป็นเว็บมาสเตอร์ hentai + thailand ใครอยากรู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร ก็หารายละเอียดกันเองเน้อ 555+

งานนี้ก็ขอ tag เหล่าคนที่ไม่รู้ว่าจะมาอ่านบล็อกนี้กันบ้างหรือเปล่า ได้แก่ Mene, Anakarik, AzaNewZ, ShinAmuro และ MarryGan

ปล.จริงๆ อยากบ่นอีกเยอะๆ ฟ่ะ แต่ช่างมันเหอะ มีบล็อกเป็นของตัวเองแล้ว เดี๋ยวก็กลับมาบ่นได้อีก เดี๋ยวจะหมดมุขซะก่อน

ปอ.ช่วงนี้ก็ยังต้องอดทน ทำใจ และเตรียมใจอยู่นะจ๊ะ

ปฮ.ขอให้โลกสงบสุข

อดทน

คราวก่อนมีเขียน ปล. ต่อท้ายไว้ว่า ขอไว้อาลัยให้แก่ตัวเอง

วันนี้ก็เลยจำเป็นจะต้องกลับมาอดทนอีกครั้ง

อดทนไว้ แม้ว่าจะเจ็บปวด แต่ก็เพื่อสักวันหนึ่ง จะไม่ทำให้…ลำบาก

ปล.สำหรับผู้ที่มาอ่านและมา comment ทุกท่าน ขออภัยด้วยที่ผ่านมา ผมลืมดูมาตลอดเลยว่า ผมปรับไว้ไม่ให้สามารถ comment ได้จนกว่าผมจะมาอนุญาตเอง ตอนนี้ปรับให้ comment ได้โดยไม่ต้องรอให้ผมอนุญาตแล้วครับ

เซ็งเป็ด

หลังจากไม่ได้อัพ blog มาหลายวัน วันนี้ก็มีเรื่องมาอัพจนได้

เป็นเรื่องที่ผมเซ็งมานานแล้ว สามารถมีได้ทุกที่ ที่ๆ ต้องการสมาธิ หรือที่ต้องการความเงียบ

ยกตัวอย่างเช่น โรงหนัง รถตู้ รถเมล์ เป็นต้น

บางคนอาจจะนึกออกแล้ว นั่นก็คือ “การโทรศัพท์” ครับ

คุณเคยเบื่อมั๊ย เมื่อคุณเข้าไปในสถานที่เหล่านี้แล้ว แล้วต้องพบกับความรำคาญ ความทรมานจนสุดเกินจะทน

วันนี้มีเรื่องเล่าที่ผมทนไม่ไหวจนต้องมาเล่าให้ฟังครับ

วันนี้ผมกลับบ้านด้วยรถตู้ ไปอนุสาวรีย์ชัย เพื่อไปต่อรถเมล์สาย 74

วันนี้ผมเจอเต็มๆ ครับ เริ่มต้นด้วยหน้าแตกด้วยการนั่งรถผิดก่อน (จริงๆ ก็ไม่ได้ผิดหรอก เพียงแต่รถตู้ที่ไปอนุสาวรีย์มันจะไปสุดสายที่หมอชิต แต่อันนี้มันดิ่งยาวไปหมอชิตเลย)

ผมก็เลยยืนรอรถคันต่อไป ระหว่างนั้นก็มีคนเดินมามากมายเพื่อรอรถไปอนุสาวรีย์เช่นเดียวกัน

พอรถมา ผมก็รีบขึ้นก่อนด้วยความเคยชิน ที่ชอบนั่งข้างหน้าต่าง แถวที่ 3 เสมอ (ที่ชอบนั่งข้างหน้าต่างจะได้หลับได้ ไม่ไปพิงคนข้างๆ ไงครับ)

และแล้ว ก่อนที่กรรมจะเกิดขึ้น คนเต็มรถทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวเพราะว่าคนมารอเยอะนานแล้ว หลังจากทำการจ่ายตังค์เรียบร้อย มันก็เริ่มขึ้น

“เฮ้ย ทำไมเมิงไม่โทรมาหากรูเมื่อวานวะ” คำแรกที่ผมพอจะจำความได้ที่ผมได้ยินจากคนข้างๆ

“อยู่หอบ้านเมิงดิ โทรศัพท์มาหาไมได้หรือไงวะ” พอจะเดาได้แล้วว่าไอ้คนที่มันคุยด้วยไม่ยอมโทรมาหาเมื่อวาน

หลังจากนั้นนรกของผมก็เกิดขึ้นครับ ปกติผมขึ้นรถตู้ ผมจะทำอยู่แค่สองอย่างคือ ไม่หลับ ก็ฟังเพลง แต่วันนี้ PDA เจ้ากรรมของผม วันนี้ไม่มีหูฟัง ทำให้ผมไม่สามารถฟังเพลงได้

จากนั้นคงเดาต่อได้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมต้องทนนั่งฟังไอ้บ้าข้างผมนั่งคุยโทรศัพท์ตั้งแต่ล้อรถยังไม่หมุน จนกระทั่งผมลงรถที่อนุสาวรีย์ชัย

หลายท่านที่ขึ้นรถตู้บ่อยๆ คงจะสามารถแบ่งแยกผู้คนที่โทรศัพท์บนรถตู้เหล่านี้ได้หลายประเภท ซึ่งผมก็แบ่งประเภทไว้หลายแบบ ตั้งแต่ พ่อกรูให้แอมป์มาเป็นกล่องเสียง (ไอ้พวกเสียงดังลั่นรถ) พวกจ๊ะจ๋า (คุยกับแฟน) อยากให้รู้ว่ากรูรวย (พวกคุยธุรกิจ ธุรกรรมทั้งหลาย) ฯลฯ อีกมากมาย

แต่วันนี้ผมได้อีกประเภทครับ มันคือ!!!! กระเทยคุยโทรศัพท์

นี่คือสิ่งที่ผมสามารถสรุปได้จากกลุ่มนี้ครับ เขาจะคุยด้วยน้ำเสียงที่เนิบๆ แต่มีพลัง เป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่ด่าพ่อล่อแม่ได้หมด เป็นเสียงที่เรียบง่าย แต่ได้ยินไปจนถึงคนขับรถ (บังเอิญมันนั่งกลางรถด้วยล่ะนะ)

สรุปแล้วผมก็ได้รู้เรื่องราวของมันทั้งหมด ตั้งแต่มันคุยด่าใครก็ไม่รู้ (น่าจะเป็นพี่น้องมัน) ที่ไม่ยอมลงมากรุงเทพ ด้วยสาเหตุที่บอกตอนแรกว่า อาจารย์สั่งให้ทำแล็ปช่วงปีใหม่ ไอ้กระเทยคนนี้ก็ด่ามันอยู่นั่นแหล่ะ ยังกะง้อให้แฟนมาหา ด่าอาจารย์อีกต่างหาก ไม่รักครอบครัว สั่งงานปีใหม่ มีปัญหาอะไร เอาเบอร์อาจารย์มาให้กรูคุยเองเลย จนกระทั่งช่วงสุดท้าย ไอ้คนที่มันคุยอยู่เลยยอมรับว่า ไม่มีเงิน (ไอ้เจี้ย เสียเวลาคุยร่วม 15 นาที อ้อมไปอ้อมมาอยู่นั่นแหล่ะ) นอกจากนั้นก็รู้รายละเอียดอีกว่ากระเทยคนนี้มันอยู่หอพักแถวตลิ่งชัน (เดี๋ยวดักตีหัวแม่งเลย) มีเมทมันหนึ่งคน บ้านมันอยู่สระบุรี แต่ไม่กลับบ้านปีใหม่ด้วยสาเหตุที่คนเยอะ เคยนั่งรถทัวร์แล้วบอกว่าคนโคตรเยอะ กรูนั่งยืน 2-3 ชั่วโมงกว่าจะถึงกรุงเทพ ขอโทษครับ ผมนั่งฟังมันมาตั้งแต่ก่อนล้อหมุนออกรถ มันมาวางตอนอยู่บนทางด่วนใกล้จะลงที่อนุสาวรีย์แล้วถึงจะวางหู

แต่ไม่…. ไม่ๆ มันไม่จบแค่นั้น กรูนึกว่าจะจบแล้ว มันหยิบมือถือขึ้นมาอีกครับ มันโทรอีก

“เฮ้ย เมิงกินอะไรหรือยัง กรูยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า กรูจะแวะกินเตี๋ยวเรือที่อนุสาวรีย์ก่อนนะเว่ย” หลังจากนั้นมันก็คุยต่อ จนผมจับใจความได้ว่า มันคุยกับเมทมันอยู่ “เมิงจะมาป่าววะ ไอ้เหี้ย ไม่ต้องเล่นตัว จะมากินก็บอกมา ไม่อยากมาก็บอกไม่มา” สุดท้ายหลังจากจบประโยคนี้ก็วางหูครับ และกำลังจะลงทางด่วนที่อนุสาวรีย์ชัย ผมก็คิดว่านรกของผมคงน่าจะจบแล้ว

ไม่ๆ ไอ้เหี้ย เมิงยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรอีกแล้วเหรอวะ ต่อไปแม่งจะโทรไปด่าใครอีกวะเนี่ย

“สวัสดีจ๊ะ เนี่ยเดี๋ยวจะไปกินเตี๋ยวเรือที่อนุสาวรีย์กับ… (จำชื่อไม่ได้) จะมากินด้วยหรือเปล่าจ๊ะ จะถึงแล้วจ้ะ” นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินจากปากของมัน (ในใจคิด แม่งคุยกับผู้ชาย เสียงเหี้ยฉิบหาย เวลาคุยกับผู้หญิงเสียงจ๊ะจ๋าเชียว กระเทยเป็นอย่างนี้หมดเหรอวะ) ก่อนที่ผมจะลงจากรถ เพื่อสู่โลกอันกว้างใหญ่ โลกที่กรูไม่ต้องไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวคนอื่นอีก

สรุปแล้ว หลังจากวันนี้ทำให้ผมคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ผมอยากทำขึ้นมาอีกอย่าง นั่นก็คือ “เครื่องดูดคลื่นมือถือ” กรูจะทำแม่งให้เป็นกฎหมายเอาไปวางไว้ตามที่ๆ ไม่ต้องการโทรศัพท์ เอาไปติดตามโรงหนัง รถตู้ รถเมล์ ดูดคลื่นโทรศัพท์แม่งให้หมด ไอ้แสดดดดดดดดดดดดด

ปล. รู้สึกว่ายิ่งเขียน ภาษามันจะยิ่งหยาบขึ้นเรื่อยๆ แฮะ สงสัยมีอารมณ์จริงๆ

ปอ. เขียนมาวันนี้ เพื่อไว้อาลัยให้กับตัวเองด้วยครับ

ปฮ. ช่วงนี้งานยุ่งมาก จนถึงยุ่งมากที่สุด ออนเอ็ม ไม่ค่อยได้คุยกับใคร คุยก็ทิ้งๆ ขว้างๆ ไงๆ ก็ขออภัยด้วยนะครับ

Page 3 of 41234