เมื่อกูเกิลรับฝากจาวาสคริปต์ไลบรารี

กูเกิลประกาศเปิดตัว “AJAX Libraries API” ซึ่งเป็นจาวาสคริปต์ที่เอาไว้เรียกจาวาสคริปต์ไลบรารีอีกทีหนึ่ง โดยมีแนวคิดว่า ปัจจุบันนักพัฒนาเว็บจำนวนมากนิยมใช้จาวาสคริปต์เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเว็บไซต์ให้มีลูกเล่นมากขึ้น และจาวาสคริปต์ไลบรารีก็เป็นเฟรมเวิร์กที่นักพัฒนาเว็บชอบใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการพัฒนา

แต่ปัญหาคือ นักพัฒนาจะต้องนำจาวาสคริปต์ไลบรารีที่ตนเองใช้ เก็บไว้ที่โฮสของตนเองด้วยเสมอ ซึ่งหมายความว่า เว็บไซต์ต่างๆ ถึงแม้จะใช้จาวาสคริปต์ไลบรารีตัวเดียวกัน แต่ก็จะต้องโหลดไลบรารีของแต่ละเว็บใหม่ทุกครั้ง ซึ่งหมายถึงเวลาและแบนด์วิดท์ที่จะต้องสูญเสียไป (ถึงแม้ปัจจุบันจาวาสคริป์ไลบรารีเหล่านี้จะมีขนาดเพียงแค่ 10 – 100KB)

AJAX Libraries API จึงเสนอทางเลือกให้กับผู้พัฒนาเว็บ โดยกูเกิลจะเป็นผู้เก็บจาวาสคริปต์ไลบรารีไว้ที่โฮสของกูเกิลเอง ผู้พัฒนาเว็บเพียงแค่ใส่โค้ดเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด (ดูตัวอย่างโค้ดได้จากเว็บไซต์หลัก) โดยไม่จำเป็นต้องเก็บไฟล์ใดๆ ไว้บนโฮสของตัวเองเลย ปัจจุบัน AJAX Libraries API สนับสนุนจาวาสคริปต์ไลบรารี 5 ตัว ได้แก่

  • jQuery
  • prototype
  • script.aculo.us
  • MooTools
  • dojo

สิ่งที่ทุกคนกังวลอีกเช่นเคย คือเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะการเรียกจาวาสคริปต์จากโฮสของกูเกิล ก็หมายถึงข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่กูเกิลจะได้ไปอีกเช่นกัน

ที่มา – /.

ในที่สุด GNOME ก็มี Tabbed file browsing

ในปี 2001 ณ Bug tracker ของ GNOME ได้มีผู้ขอฟีเจอร์ Tabbed file browsing

หลังจากนั้นก็มีคนขอฟีเจอร์นี้ตามมาอีกมากมาย

ปัจจุบันปี 2008 ในที่สุดความฝันของผู้ใช้ GNOME ทั้งหลายก็เป็นจริง

ความสามารถ Tabbed file browsing นี้จะถูกใส่เข้าไปใน GNOME 2.24 ซึ่งจะออกในเดือนกันยายนนี้

KDE 4.1 Beta1 ออกแล้ว

หลังจากที่ออก KDE 4.0 มาได้สักพักหนึ่ง และได้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ทั้งในแง่ดีและแง่เสีย ซึ่งในแง่เสียส่วนมากจะมีปัญหาในเรื่องของความเสถียร ซึ่งทางทีมงาน KDE เองก็ประกาศชัดว่า KDE 4.0 เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์ม “KDE 4” เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์ที่ยังขาดไปจะเริ่มทยอยมาใน KDE 4.1 (ข่าวเก่า)

ทีมงานจึงได้ฤกษ์ออก KDE 4.1 Beta1 มาให้ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยที่น่าสนใจคือการนำโปรแกรมที่ยังตกค้างอยู่จาก KDE 3 มายัง KDE 4.1 โดยเฉพาะโปรแกรม Kontact ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประเภท PIM ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงให้เข้ากับการใช้งานทางธุรกิจมากขึ้น

การปรับปรุงอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นในเรื่องของความเสถียร และการปรับปรุงในส่วนของการแสดงผลให้มีความสามารถมากขึ้น

KDE 4.1 เวอร์ชันจริงจะออกในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้

ที่มา – kde.org ผ่าน Digg

ไว้อาลัย ประเทศไทย

วันนี้อาจจะเป็นการเขียน blog ที่อู้ไปนิดนึง แต่ก็ขอแค่ยกข่าวสองข่าวมาทิ้งไว้ใน blog ตัวเอง เพื่อไว้อาลัยให้แก่ประเทศไทยครับ

ข่าวแรกเป็นคำสัมภาษณ์ของรมต.ไอซีทีของไทยเองครับ

เพิ่งฟัง รมต. ไอซีทีสิทธิชัย โภไคยอุดมให้สัมภาษณ์ทางวิทยุเมื่อสักครู่…ยืนยันว่าเป็นคน “ตกรุ่น” และไม่เคยอ่านเว็บเลย…“ดังนั้นถ้าใครจะให้ผมอ่านเว็บในอินเตอร์เน็ทเมื่อ ฟังความเห็นของเขาก็ลืมเสียเถิด เพราะผมแก่แล้ว…ไม่อ่านเว็บ..”

คุณสิทธิชัยยอมรับกับนักข่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่ติดต่อกับใครผ่านอีเมล์เหมือนกัน “เพราะผมแก่แล้ว”

ในรายการวิทยุเมื่อสักครู่นี้, รมต. ไอซีทีคนนี้บอกว่าจะออกจากตำแหน่งด้วยสองประการเท่านั้นคือนายกฯลาออก, หรือนายกฯให้เขาออก

“ผมจะไม่มีการถอดใจลาออกก่อนแน่นอน”

คุณ สิทธิชัยบอกกับคนสัมภาษณ์ว่าเขาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย “ความกลัว” ทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาจะทำให้อะไรเกิดขึ้นบ้าง

” เช่นผมสั่งปิดยูทูบ ก็กลัวว่าถ้ามีคนด่าผมทั้งเมืองจะว่าอย่างไร แต่ก็โชคดีที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผมในเรื่องนี้…แต่แม้จะกลัว, ผมก็ต้องทำเพราะถือว่าเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียว…”

รัฐมนตรีไอซีทีบอกว่าทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานด้วยความมันส์ แต่ทำเพราะเป็นหน้าที่

“เหมือนถ้าผมเป็นทหาร…ถูกสั่งให้ออกรบ แม้จะกลัวตายและไม่สนุก แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่…”

คุณสิทธิชัยบอกว่าบุคลิกของเขาไม่เหมาะเป็นนักการเมืองแน่นอน ดังนั้นหลังจากหมดภารกิจครั้งนี้แล้วก็จะไม่มีทางหวนกลับมาการเมืองอีก

“เสร็จจากนี้ผมจะกลับไปทำงานวิจัย…วิจัยเรื่องที่จะทำให้คนไทยเลิกงมงายกับเรื่องไสยศาสตร์หรือความเชื่อเรื่อดวงเสียที…”

ข่าวที่สองที่จะนำมาไว้อาลัยอีกคือข่าวเรื่องการถูกแบนของหนังเรื่อง “แสงศตวรรษ” ซึ่งทุนมาจากต่างประเทศ แต่คนไทยเป็นคนสร้างครับ

เรียน ท่านสื่อมวลชนและท่านผู้อ่านทุกท่าน เรื่อง งดฉายหนัง ‘แสงศตวรรษ’

ตาม กำหนดการเดิม วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนนี้ จะเป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ โดยจะเป็นการฉายแบบจำกัดโรงเพียง 2 โรงเท่านั้น หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เจ้ย – อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังแนวศิลปะที่ได้รับการจับตาในวงการหนังระดับโลก จากผลงานเรื่อง สุดเสน่หา และ สัตว์ประหลาด และยังเป็นศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2549 สาขาภาพยนตร์ จากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

แสงศตวรรษ เป็นหนังเรื่องล่าสุดของ ‘เจ้ย’ ที่นอกจากจะได้แข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ และเดินทางไปฉายตามเทศกาลสำคัญต่างๆ มากกว่า 10 เทศกาลทั่วโลกแล้ว ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แสงศตวรรษ เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเอเชียโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส และรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จาก Asian Film Awards ประเทศฮ่องกง

แต่แล้วกำหนดการฉายหนังก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ทีมงานคาด ไว้ เมื่อแสงศตวรรษไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ โดยคณะกรรมการมีเงื่อนไขให้ฉายหนังเรื่องนี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องตัดฉากสำคัญ ออกไป 4 ฉาก

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้กำกับ เจ้ย อภิชาติพงศ์ จึงตัดสินใจ ‘ไม่’ ตัดทอนหนังเรื่องนี้ ดังนั้นทางทีมงานจึงมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ท่านสื่อมวลชนทราบว่า หนังเรื่อง แสงศตวรรษ จะไม่เข้าฉายในประเทศไทย

ในขณะนี้ผู้กำกับอภิชาติพงศ์กำลังเดินทางโปรโมตภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาแสดงความเสียใจผ่านทางอีเมล์ว่า

“ใน ฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด

ถ้า ลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น

มันไม่มีเหตุผลเลย ที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป”

แปล จาก “I, a filmmaker, treat my works as my own sons or my daughters. When I conceived them, they have their own lives to live. I don’t mind if people are fond of them, or despise them, as long as I created them with my best intentions and efforts. If these offspring of mine cannot live in their own country for whatever reasons, let them be free. Since there are other places that warmly welcome them as who they are, there is no reason to mutilate them from the fear of the system, or from greed. Otherwise there is no reason for one to continue making art.”

สำหรับ ความคืบหน้า หลังจากคุณอภิชาติพงศ์กลับมาถึงเมืองไทยแล้ว จะได้มีการจัดการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ รวมทั้งเสวนาถึงการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย โดย วัน เวลา และสถานที่จัดงานจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

จึงเรียนให้ท่านสื่อมวลชน ทราบและขอความกรุณาช่วยเผยแพร่ข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วย และหากท่านสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องแสง ศตวรรษ (ข้อมูลภาษาอังกฤษและไทย รวมทั้งรูปภาพ) สามารถเข้าไปดูได้ที่ในเว็บ http://www.kickthemachine.com/works/Syndromes.html

ขอให้เสรีภาพฉายแสงในจิตใจของท่าน

ด้วยมิตรภาพ

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จะสืบสวนการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

ดร. บอนนี่ ดอคเฮอตี้ อาจารย์ผู้ดูแลประจำแผนงานสิทธิมนุษยชน ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จะเป็นผู้นำทีมคณะนักวิจัยมายังประเทศไทยในช่วงต้นเดือนมกราคม

ร่วมกันกับ ศูนย์เบิร์กมานเพื่ออินเทอร์เน็ตและสังคม (Berkman Center for Internet and Society) ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และโครงการโอเพนเน็ตอินิชิเอทีฟ (OpenNet Initiative) ทีมงานจะทำการสืบสวนประเด็นการแสดงออกอย่างเสรีในประเทศไทย

ทีมงานจะพิจารณาการปิดกั้นและคัดกรองเว็บในปัจจุบัน ซึ่งกระทำโดยหน่วยงานรัฐบาลไทยจำนวนหนึ่ง ที่เด่นชัดก็คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, และ การสื่อสารแห่งประเทศไทย

ทีมงานจะสืบสวนหาความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกอย่างเสรี และจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในบริบทที่กว้างกว่า เกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน

เนื่องจากการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยทั้งหมดนั้น กระทำอย่างปกปิดเป็นความลับ เราจึงตั้งใจอย่างจดจ่อที่จะรอรับฟังเสียงตอบรับจากรัฐบาลไทย ต่อการพิจารณาอย่างละเอียดระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างฮาร์วาร์ด ที่ซึ่งเชื้อพระวงศ์ไทยจำนวนมากเคยศึกษา

ทีมฮาร์วาร์ดจะเข้าพบและสอบถาม องค์กรพัฒนาเอกชน นักหนังสือพิมพ์ นักกฎหมาย นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ

Source : http://facthai.wordpress.com/2006/12/30/harvard-investigation-thai/

ปล. ข่าวนี้เป็นข่าวที่คัดลอกมาเฉยๆ ครับ อยากรู้เรื่องราวทั้งหมด อ่านได้จากลิงก์ข้างบนครับ

ปอ. ขอสนับสนุนข่าวนี้ครับ ไม่เอาดวงตา ออกป๊ายยยยย

Page 2 of 212