<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>WingGundamZeroCustom.co.th Blog &#187; ความรู้ไอที</title>
	<atom:link href="http://blog.winginfotech.net/category/it-knowledge/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://blog.winginfotech.net</link>
	<description>I will change the world, to the better day.</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Apr 2010 04:19:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ดื่มน้ำเย็น เป็นอันตรายจริงหรือ?</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2009/04/21/how-when-drink-cold-water/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2009/04/21/how-when-drink-cold-water/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2009 04:57:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>winggundamth</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[Forward Mail]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[ผมมีความเบื่อหน่ายในเรื่องของ Forward Mail มากๆ โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพที่ว่าอย่างโน้นอันตราย อย่างนี้ดี แล้วก็เชื่อเป็นตุเป็นตะโดยไม่มีการพิสูจน์เสียก่อนตามหลักกาลามสูตร วันนี้ผมก็เลยขอยกเหตุผลจากบทความในเว็บไซต์มาประกอบ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาตามหลักกาลามสูตรกันนะครับ เชิญทัศนา ผู้เขียนได้รับอีเมล์ ฉบับหนึ่ง จั่วหัวว่า “ดื่มน้ำเย็น สดชื่นดี แต่อันตราย” พอเปิดอ่านตอนแรกก็ตกใจ เพราะปัจจุบันใครๆ ก็ดื่มน้ำเย็นกันทั้งนั้น โดยข้อความที่ส่งต่อๆ กันมามีใจความว่า “เวลาได้กินน้ำเย็นๆ สักแก้ว หลังอาหารมันรู้สึกชื่นใจดีใช่มั้ยครับ แต่ว่าน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปจับตัวเป็นไขขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง ถ้าคราบไขมันทำปฏิกิริยากับกรด มันจะแตกตัวแล้วถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไปแล้วจะเคลือบลำไส้เราไว้ ในไม่ช้ามันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด ดังนั้นควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า” เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ อธิบายว่า ความจริงการดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร คงไม่เป็นอันตราย ถึงขั้นทำให้ไขมันจับตัวเป็นไข เป็นก้อนขนาดนั้น เพราะปกติอุณหภูมิร่างกายคนเราอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส น้ำที่เราดื่มเข้าไปถึงจะเย็น แต่ร่างกายเราร้อนอยู่แล้ว ก็จะเปลี่ยนให้เป็นน้ำอุ่นๆ อยู่ดี ไขมันกว่าจะจับกันเป็นก้อนแข็ง ต้องอาศัยอุณหภูมิเหมือนอยู่ในตู้เย็น 3 &#8211; 4 องศาเซลเซียส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผมมีความเบื่อหน่ายในเรื่องของ Forward Mail มากๆ โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพที่ว่าอย่างโน้นอันตราย อย่างนี้ดี แล้วก็เชื่อเป็นตุเป็นตะโดยไม่มีการพิสูจน์เสียก่อนตามหลักกาลามสูตร วันนี้ผมก็เลยขอยกเหตุผลจากบทความในเว็บไซต์มาประกอบ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาตามหลักกาลามสูตรกันนะครับ เชิญทัศนา</strong></p>

<p>ผู้เขียนได้รับอีเมล์ ฉบับหนึ่ง จั่วหัวว่า “ดื่มน้ำเย็น สดชื่นดี แต่อันตราย” พอเปิดอ่านตอนแรกก็ตกใจ เพราะปัจจุบันใครๆ ก็ดื่มน้ำเย็นกันทั้งนั้น โดยข้อความที่ส่งต่อๆ กันมามีใจความว่า “เวลาได้กินน้ำเย็นๆ สักแก้ว หลังอาหารมันรู้สึกชื่นใจดีใช่มั้ยครับ แต่ว่าน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปจับตัวเป็นไขขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง ถ้าคราบไขมันทำปฏิกิริยากับกรด มันจะแตกตัวแล้วถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไปแล้วจะเคลือบลำไส้เราไว้ ในไม่ช้ามันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด ดังนั้นควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า”</p>

<p>เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ อธิบายว่า ความจริงการดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร คงไม่เป็นอันตราย ถึงขั้นทำให้ไขมันจับตัวเป็นไข เป็นก้อนขนาดนั้น เพราะปกติอุณหภูมิร่างกายคนเราอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส น้ำที่เราดื่มเข้าไปถึงจะเย็น แต่ร่างกายเราร้อนอยู่แล้ว ก็จะเปลี่ยนให้เป็นน้ำอุ่นๆ อยู่ดี ไขมันกว่าจะจับกันเป็นก้อนแข็ง ต้องอาศัยอุณหภูมิเหมือนอยู่ในตู้เย็น 3 &#8211; 4 องศาเซลเซียส กรณีนี้จึงเป็นข้อความหลอก</p>

<p>ถ้าถามว่า เราควรจะดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นดี ก็ต้องขอเรียนว่า น้ำเย็นจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น เพราะว่าน้ำเย็นดูดซึมได้เร็วกว่า ตรงนี้เป็นข้อมูลจากสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของสหรัฐ เขาบอกเลยว่า น้ำที่ควรจะดื่มถ้าอยากให้สดชื่น ออกกำลังกายได้อึดขึ้น อุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 15 &#8211; 22 องศาเซลเซียส หรือง่ายๆ คือ ให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกาย</p>

<p>ไม่มีงานวิจัยฉบับไหนเลย ที่บอกว่าดื่มน้ำเย็นแล้วจะเป็นมะเร็ง อีเมล์ในลักษณะนี้มีการส่งต่อกันไป ทั่ว แม้แต่ในต่างประเทศ ดูเหมือนจะเป็นวิชาการ แต่กลับไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารับรอง ทำให้คนกลัวกันมาก ดังนั้นคนที่ได้รับอีเมล์จะต้องใช้วิจารณญาณให้ดี</p>

<p>การดื่มน้ำเย็นเป็นผลดีด้วยซ้ำ เพราะจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำอุ่นขึ้น โดยน้ำ 1 แก้ว จะช่วยเผาผลาญไขมันประมาณ 9 กิโลแคลอรี  ถ้าเราดื่มน้ำ 8 แก้วก็จะเผาผลาญไขมันได้ถึง 70 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว นั่นก็หมายความว่า ยิ่งดื่มน้ำมาก ก็จะยิ่งช่วยลดความอ้วน แต่ในคนที่กำลังลดความอ้วน ลดปริมาณอาหารแต่ลืมดื่มน้ำ ต้องระวัง เพราะน้ำหนักจะไม่ลง เพราะน้ำคือตัวช่วยทำให้ไขมันสลายเร็วขึ้นนั่นเอง</p>

<p>ส่วนที่หลายคนสงสัยว่า การดื่มน้ำมากๆ ไตจะทำงานหนักไปหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า น้ำจะเป็นพิษต่อร่างกายนั้น ต้องดื่มมากเป็น 10 ลิตร อย่างเช่น กรณีการรับน้องแบบพิเรนทร์ๆ ที่เราเห็นข่าวกัน ส่วนคนทั่วไปดื่มน้ำอย่างเก่งสัก 5 ลิตรก็ไม่เป็นอะไร</p>

<p>ดังนั้นไม่ว่าจะดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือน้ำอุณหภูมิปกติ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร หลักการง่ายๆ คือ น้ำเย็น ควรดื่มเวลาออกกำลังกาย จะดูดซึมเร็ว แต่มีข้อห้ามในผู้หญิงที่มีประจำเดือน ไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ปวดท้องมากขึ้น ส่วนน้ำอุ่น ควรดื่มเพื่อกระตุ้นลำไส้ ทำให้ลำไส้บีบตัวดี เช่น เวลาท้องเสีย เจ็บคอ เป็นหวัด</p>

<p>นพ.กฤษดา บอกว่า ใครที่ไม่อยากแก่ ต้องดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น เนื่องจากผิวที่แก่เกิดจากการขาดน้ำ การดื่มน้ำมากๆ ยังช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง แต่ถ้าดื่มน้ำน้อย โดยเฉพาะในผู้ชายอาจทำให้น้ำไปเลี้ยงอสุจิไม่พอ ทำให้อสุจิไม่แข็งแรง และเซ็กซ์เสื่อมได้</p>

<p>ในคนที่มีอาการคล้ายจะเป็นหวัด เช่น ปากแห้ง ตาแห้ง อย่าเพิ่งกินยา ให้ดื่มน้ำมากๆ สักพักจะหายได้ โดยไม่ต้องพึ่งยา ที่เป็นเคล็ดสำหรับคนดื่มเหล้า คือ ถ้ากลัวว่าจะแฮงก์ควรดื่มน้ำตามเข้าไปประมาณ 4 เท่าของเหล้าที่ดื่มก็จะช่วยได้</p>

<p>แต่ละวันเราควรดื่มน้ำมากน้อยแค่ไหน? นพ.กฤษดา บอกว่า ควรดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว คือ ดื่มน้ำ 1 ออนซ์ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ถ้าน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม ก็ต้องดื่มน้ำ 60 ออนซ์  โดยน้ำ 1 ออนซ์ก็ประมาณ 30 ซีซี คนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ก็ต้องดื่มน้ำประมาณ 1,800 ซีซี</p>

<p><strong>ขอบคุณที่มา:</strong> หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ via <a href="http://women.kapook.com/health00057/">Kapook</a></p>

<p><strong>สุดท้าย ขอแนะนำบล็อกของหมอแมวที่เขียนแย้งและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Forward Mail ในทางการแพทย์ได้ดีมากๆ หลายบทความด้วยกันครับ</strong></p>

<p><a href="http://mor-maew.exteen.com/20090308/entry">เตือน!ระวังกินสัปปะรดแล้วติดเอดส์ &#8230;. ชิ ชิ ชิ</a><br />
<a href="http://mor-maew.exteen.com/20090326/fwd-fwd">Fwdการกินกุ้งและวิตามินซี เป็นแค่Fwdซากกุ้ง!!!</a><br />
<a href="http://mor-maew.exteen.com/20090328/fwd-mail">ซากกุ้งปะทะซากสัปปะรด &#8230; พิสูจน์Fwd mailให้เห็นจะๆ</a><br />
<a href="http://mor-maew.exteen.com/20080616/forward-mail-by-1">ตีแผ่ Forward Mailสุขภาพที่หลายคนเข้าใจผิด -=Byหมอแมว=- </a><br />
<a href="http://mor-maew.exteen.com/20080618/forward-mail-2">-= ล้วงตับ Forward mail ลวงโลกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ # 2=-</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2009/04/21/how-when-drink-cold-water/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่วยผมหน่อย ผมมือใหม่ครับ</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/10/04/i-am-a-newbie-i-have-a-problem-so-you-must-help-me/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/10/04/i-am-a-newbie-i-have-a-problem-so-you-must-help-me/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 05:33:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[newbie]]></category>
		<category><![CDATA[Open Source]]></category>
		<category><![CDATA[ถามอย่างไรจึงจะได้คำตอบ]]></category>
		<category><![CDATA[มือใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการตอบปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[โอเพ่นซอร์ส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=134</guid>
		<description><![CDATA[บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจและแปลจาก I am a newbie, I have a problem, so you must help me! ขอบคุณน้อง @banksterr ที่ส่งมาให้อ่านครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่มักจะชักชวนผู้คนบอกว่า &#8220;มาใช้โอเพ่นซอร์สกันเถอะ&#8221; (แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดบังคับให้ใช้อะไรนะครับ พยายามจะพูดบ่อยๆ ทำตัวเป็นประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เค้ารู้จักกันมากกว่า) และสิ่งที่พวกเราชาวโอเพ่นซอร์สเจอกันบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อชาววินโดว์เปลี่ยนมาใช้ลินุกซ์นั่นก็คือ &#8220;ผมจะเริ่มอย่างไรดีครับ&#8221;, &#8220;ผมลงไม่เป็นอ่ะครับ&#8221;, &#8220;มันใช้ไวร์เลสไม่ได้อ่าครับ&#8221; และสิ่งที่พวกเราเหล่ามือเก๋ามักจะตอบคำถามกลับไปด้วยคำว่า &#8220;อ่านวิธีการใช้หรือยังครับ&#8221; หรือ &#8220;ลองหาในกูเกิ้ลดูนะครับ&#8221; ถ้าเรามาลองดูในความคิดของพวกเรามือเก๋าจริงๆ นั่นก็คือ &#8220;เออ กรูรู้อยู่แล้วว่าเมิงอยากได้คำตอบอะไร แต่ช่วยกรุณาอย่าถามคำถามโง่ๆ ได้ไหมครับ ไอ้เรื่องพวกนี้กรูก็เริ่มมาจากมั่วเอง ไม่ก็หามาจากคู่มือ หรือกูเกิ้ลเอาทั้งนั้น หัดคิดเอาเองบ้าง&#8221; จริงๆ แล้วคุณจะไม่เป็นอย่างนี้เลย ถ้าวันนั้นคุณกำลังอารมณ์ดี และพร้อมที่จะให้ความรู้กับทุกคนที่เข้ามาหาคุณ แต่คุณจะพบว่า เมื่อคุณพบคำถามซ้ำๆ &#8220;ผมมือใหม่ครับ ช่วยผมหน่อยนะ&#8221;, &#8220;มันเปิดโปรแกรมไม่ได้อ่ะครับ&#8221;, &#8220;ลงโปรแกรมยังไงเหรอครับ&#8221; ความอดทนของคุณก็จะเริ่มจบลง และตามมาด้วย &#8220;พวกเมิงมีความคิดเป็นของตัวเองกันบ้างม๊ายยย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจและแปลจาก <a href="http://www.kuro5hin.org/story/2005/9/25/104320/439">I am a newbie, I have a problem, so you must help me!</a> ขอบคุณน้อง <a href="http://twitter.com/banksterr">@banksterr</a> ที่ส่งมาให้อ่านครับ</p>

<p>ผมเป็นคนหนึ่งที่มักจะชักชวนผู้คนบอกว่า <strong>&#8220;มาใช้โอเพ่นซอร์สกันเถอะ&#8221;</strong> (แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดบังคับให้ใช้อะไรนะครับ พยายามจะพูดบ่อยๆ ทำตัวเป็นประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เค้ารู้จักกันมากกว่า) และสิ่งที่พวกเราชาวโอเพ่นซอร์สเจอกันบ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อชาววินโดว์เปลี่ยนมาใช้ลินุกซ์นั่นก็คือ <strong>&#8220;ผมจะเริ่มอย่างไรดีครับ&#8221;, &#8220;ผมลงไม่เป็นอ่ะครับ&#8221;, &#8220;มันใช้ไวร์เลสไม่ได้อ่าครับ&#8221;</strong> และสิ่งที่พวกเราเหล่ามือเก๋ามักจะตอบคำถามกลับไปด้วยคำว่า <strong>&#8220;อ่านวิธีการใช้หรือยังครับ&#8221;</strong> หรือ <strong>&#8220;ลองหาในกูเกิ้ลดูนะครับ&#8221;</strong></p>

<p>ถ้าเรามาลองดูในความคิดของพวกเรามือเก๋าจริงๆ นั่นก็คือ <strong>&#8220;เออ กรูรู้อยู่แล้วว่าเมิงอยากได้คำตอบอะไร แต่ช่วยกรุณาอย่าถามคำถามโง่ๆ ได้ไหมครับ ไอ้เรื่องพวกนี้กรูก็เริ่มมาจากมั่วเอง ไม่ก็หามาจากคู่มือ หรือกูเกิ้ลเอาทั้งนั้น หัดคิดเอาเองบ้าง&#8221;</strong></p>

<p><span id="more-134"></span></p>

<p>จริงๆ แล้วคุณจะไม่เป็นอย่างนี้เลย ถ้าวันนั้นคุณกำลังอารมณ์ดี และพร้อมที่จะให้ความรู้กับทุกคนที่เข้ามาหาคุณ แต่คุณจะพบว่า เมื่อคุณพบคำถามซ้ำๆ <strong>&#8220;ผมมือใหม่ครับ ช่วยผมหน่อยนะ&#8221;, &#8220;มันเปิดโปรแกรมไม่ได้อ่ะครับ&#8221;, &#8220;ลงโปรแกรมยังไงเหรอครับ&#8221;</strong> ความอดทนของคุณก็จะเริ่มจบลง และตามมาด้วย <strong>&#8220;พวกเมิงมีความคิดเป็นของตัวเองกันบ้างม๊ายยย ไอ้พวกนี้คิดเอาสักหน่อยมันก็แก้ปัญหาได้แล้ว&#8221;</strong></p>

<p>ซึ่งในความเป็นจริง คำถามพวกนี้คุณสามารถตอบคำถามด้วยคำตอบง่ายๆ (ถ้าคุณยังอารมณ์ดีอยู่) เช่น <strong>&#8220;ลองเริ่มอ่านจากบทความนี้ดูนะครับ&#8221;, &#8220;ที่เว็บนี้มีวิธีแก้ปัญหาอยู่นะครับ&#8221;</strong> เพียงแค่นี้เหล่ามือใหม่ก็จะได้คำตอบตามที่เขาต้องการแล้ว</p>

<p>แต่ลองมาคิดถึงโลกแห่งความเป็นจริงของเหล่ามือเก๋ากันบ้าง ในโลกนี้มีทั้ง <em>Webboard, Forum, Newsgroup, Mailing List, Group, Usenet, Facebook</em> หรือแม้กระทั่ง <em>Twitter</em> ที่เหล่ากลุ่มมือเก๋าทั้งหลายเหล่านี้อยู่รวมด้วยกัน คอยมีปฏิสัมพันธ์ รวมกลุ่ม ตั้งคำถาม ตอบคำถามของผู้อื่น รวมถึงเหล่าคนที่ยอมเสียเวลาทั้งวัน เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาให้กับคนอื่น (ผมเองก็เป็นเหมือนกัน เพราะผมถือว่าเป็นความรู้ของผมเหมือนกัน) ซึ่งแน่นอนว่า ปัญหาเหล่านั้นล้วนเป็นปัญหาใหม่ๆ ท้าทาย และไม่เป็น <a href="http://www.youtube.com/watch?v=cydBmbCbU9Y"><strong>&#8220;คำถามโง่ๆ&#8221;</strong></a></p>

<p>ในขณะที่มือใหม่ทั้งหลายอาจจะคิดในแง่ของจริยธรรมว่า <strong>&#8220;ผมเป็นมือใหม่นะครับ ปกติมืออาชีพเค้าก็ต้องช่วยมือใหม่กันใช่หรือเปล่า&#8221;</strong> ซึ่งในความเป็นจริงเหล่ามือใหม่ผู้ไร้ประสบการณ์ทั้งหลายเหล่านี้ ไม่รู้ว่ากูเกิ้ลคือแหล่งข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เช่น คุณแม่ของผม) ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะตั้งคำถามโง่ๆ และพวกเขาไม่รู้ว่า <strong>พวกเขาทำผิด!!!</strong> (แนะนำให้อ่าน <a href="http://wiki.opentle.org/%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A">ถามอย่างไรจึงจะได้คำตอบ</a>)</p>

<p>ปัญหาเลยเกิดขึ้นมาจากจุดนี้ มือใหม่ไม่รู้จักการอ่านคู่มือ มือเก๋าไม่รู้ว่ามือใหม่เค้าไม่รู้จักการค้นหาและการอ่านคู่มือ มือใหม่ขี้เกียจค้นหา ขี้เกียจอ่านคู่มือ มือเก๋าบอกว่าขี้เกียจตอบปัญหาแล้วเว้ยยย ถามอยู่ได้ <em>สรุปแล้วใครผิด?</em></p>

<p>เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้จะต้อง <strong>&#8220;พบกันครึ่งทาง&#8221;</strong> ด้วยวิธีการตอบคำถามให้กับมือใหม่ดังนี้ครับ</p>

<ol>
<li>อย่าบอกวิธีแก้ปัญหาเค้าแบบละเอียดเต็มๆ 1-2-3 แต่ให้บอกเพียงแค่ <strong>&#8220;ครึ่งเดียว&#8221;</strong> พอ</li>
<li>ให้อธิบายวิธีการ <strong>&#8220;เริ่มต้นการแก้ปัญหานั้นๆ&#8221;</strong> อย่างละเอียด</li>
<li>ให้อธิบาย <strong>&#8220;ภาพรวม&#8221;</strong> ทั้งหมดของสิ่งที่เค้าจะต้องทำเพื่อทำการแก้ไขปัญหานั้นๆ</li>
<li>พยายาม <strong>&#8220;ส่งเสริม&#8221;</strong> หรือสอนให้เค้าหัดค้นหา หัดอ่านคู่มือจากในอินเทอร์เน็ต (ผมบอกว่าให้ส่งเสริม ให้สอน แต่ไม่ได้บอกว่าให้ลิงก์วิธีการแก้ปัญหาของเค้าไปอ่านตรงๆ นะครับ)</li>
<li>พยายามให้คำที่เป็น <strong>&#8220;คีย์เวิร์ด&#8221;</strong> ในการแก้ปัญหานั้นๆ แต่ไม่ใช่บอกว่า ให้เค้าไปกูเกิ้ลหาคำนี้นะ</li>
<li>ให้ตอบคำถามอย่าง <strong>&#8220;สุภาพ&#8221;</strong> และไม่หยาบคายเกินไป</li>
</ol>

<p>เพียงแค่นี้ มือใหม่และมือเก๋าก็จะ <strong>&#8220;พบกันครึ่งทาง&#8221;</strong> อย่างปลอดภัยแล้วครับ</p>

<p>ปล. ขออภัยที่ภาษาเขียนอาจจะมีหยาบบ้าง แต่เพื่อให้ได้อรรถรสของบทความนะครับ
ปอ. ในนี้จะไม่รวมถึงคำถาม &#8220;เกรียน&#8221; ทั้งหลาย เช่น &#8220;ผมอ่านภาษาอังกฤษไม่เป็น&#8221; หรือ &#8220;ขี้เกียจอ่านอ่ะครับ ช่วยบอกขั้นตอน 1-2-3 ได้เลยหรือเปล่าครับ&#8221; นะครับ
ปฮ. อาจจะเห็นว่าบทความนี้ไม่ได้แปลจากต้นฉบับมาตรงๆ เพราะผมได้ใส่ความคิดเห็น และประสบการณ์ของผมลงไปด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/10/04/i-am-a-newbie-i-have-a-problem-so-you-must-help-me/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Thailand Next Web Apps 2008</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/08/17/thailand-next-web-apps-2008/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/08/17/thailand-next-web-apps-2008/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Aug 2008 02:41:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยว & ถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[nextwebapps2008]]></category>
		<category><![CDATA[WingGundamZeroCustom.co.th]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[Slide ที่ผมพูดเรื่อง Web Standards: Who cares? ในงาน Thailand Next Web Apps 2008 นะครับ งานนี้สนุกมากๆ ตอนแรกกลัวว่าจะไม่มีคนจะมาฟังซะแล้ว เพราะอีกห้องนึงคือพี่ดำแห่ง FukDuk.tv แต่ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ยังไงเจอกันอีกทีงาน BarCampBangkok 2 กับภาคต่อของ Web Standards: How to achieved? ครับ Web standards: Who cares?View SlideShare presentation or Upload your own. (tags: webstandard) ส่วนข้างล่างนี้คือรูปที่ผมถ่ายจากงานนี้นะครับ เสียดายที่ไม่ได้อยู่จนจบงาน เพราะต้องกลับไปประชุมต่อ T-T]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Slide ที่ผมพูดเรื่อง Web Standards: Who cares? ในงาน Thailand Next Web Apps 2008 นะครับ งานนี้สนุกมากๆ ตอนแรกกลัวว่าจะไม่มีคนจะมาฟังซะแล้ว เพราะอีกห้องนึงคือพี่ดำแห่ง FukDuk.tv แต่ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ยังไงเจอกันอีกทีงาน BarCampBangkok 2 กับภาคต่อของ Web Standards: How to achieved? ครับ</p>

<div style="width:425px;text-align:left" id="__ss_557600"><a style="font:14px Helvetica,Arial,Sans-serif;display:block;margin:12px 0 3px 0;text-decoration:underline;" href="http://www.slideshare.net/winggundamth/web-standards-who-cares-presentation?src=embed" title="Web standards: Who cares?">Web standards: Who cares?</a><object style="margin:0px" width="425" height="355"><param name="movie" value="http://static.slideshare.net/swf/ssplayer2.swf?doc=webstandardwhocares-1218908004972500-9&#038;rel=0&#038;stripped_title=web-standards-who-cares-presentation" /><param name="allowFullScreen" value="true"/><param name="allowScriptAccess" value="always"/><embed src="http://static.slideshare.net/swf/ssplayer2.swf?doc=webstandardwhocares-1218908004972500-9&#038;rel=0&#038;stripped_title=web-standards-who-cares-presentation" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="355"></embed></object><div style="font-size:11px;font-family:tahoma,arial;height:26px;padding-top:2px;">View SlideShare <a style="text-decoration:underline;" href="http://www.slideshare.net/winggundamth/web-standards-who-cares-presentation?src=embed" title="View Web standards: Who cares? on SlideShare">presentation</a> or <a style="text-decoration:underline;" href="http://www.slideshare.net/upload?src=embed">Upload</a> your own. (tags: <a style="text-decoration:underline;" href="http://slideshare.net/tag/webstandard">webstandard</a>)</div></div>

<p>ส่วนข้างล่างนี้คือรูปที่ผมถ่ายจากงานนี้นะครับ เสียดายที่ไม่ได้อยู่จนจบงาน เพราะต้องกลับไปประชุมต่อ T-T</p>
<div class="tiltviewer" id="ngg_tiltviewer13">
<div class="swfobject" id="so13_1" style="width:450px; height:500px;">
<p>The <a href="http://www.macromedia.com/go/getflashplayer">Flash Player</a> and <a href="http://www.mozilla.com/firefox/">a browser with Javascript support</a> are needed..</p>
</div>
</div>
<script type="text/javascript" defer="defer">
var so13_1 = {
	params : {
		wmode : "opaque",
		allowfullscreen : "true",
		bgcolor : "#FFFFFF"},
	flashvars : {
		useFlickr : "false",
		maxJPGSize : "640",
		useReloadButton : "false",
		showFlipButton : "true",
		columns : "5",
		rows : "5",
		frameColor : "0x999999",
		backColor : "0xFFFFFF",
		bkgndInnerColor : "0xFFFFFF",
		bkgndOuterColor : "0xFFFFFF",
		langGoFull : "Go Fullscreen",
		langExitFull : "Exit Fullscreen",
		langAbout : "About",
		xmlURL : "http://blog.winginfotech.net/wp-content/plugins/nextgen-flashviewer/xml/tiltviewer.php?gid=13"},
	attr : {
		styleclass : "tiltviewer"},
	start : function() {
		swfobject.embedSWF("http://blog.winginfotech.net/wp-content/plugins/nggflash-swf/TiltViewer.swf", "so13_1", "450", "500", "7.0.0", false, this.flashvars, this.params , this.attr );
	}
}
so13_1.start();
</script>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/08/17/thailand-next-web-apps-2008/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมต้องมาตรฐานเว็บ</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/06/08/why-web-standard/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/06/08/why-web-standard/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jun 2008 15:56:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[accessibility]]></category>
		<category><![CDATA[Web Standards]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=81</guid>
		<description><![CDATA[บทความนี้เป็นบทความที่ผมเขียนไว้เมื่อสองปีก่อน เพื่อจะนำไปลงงานลาดกระบังนิทรรศ&#8217;49 แต่รู้สึกจะมีปัญหาเกิดขึ้น ก็เลยไม่ได้ใช้งาน วันนี้ไปนั่งคุ้ยๆ จัดระเบียบไฟล์งานของตัวเอง ก็เลยไปเจอบทความนี้เข้า เพราะฉะนั้นวันนี้เลยได้อู้หาเรื่องมาเขียนลงบล็อกได้ 1 วัน อิอิ ทำไมต้องมาตรฐานเว็บ? หลายคนที่ทำเว็บมีความสงสัยว่าทำไมต้องมาตรฐาน? ทำไมต้องทำเว็บมาตรฐานด้วย ในเมื่อมันก็แสดงผลได้ อ่านได้ ไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงนั้น มีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความเป็นมาตรฐานอยู่มากมาย ที่เราอาจจะไม่ทราบมาก่อน บทความเรื่องมาตรฐานเว็บต่อไปนี้อ้างอิงมาจากบทความเรื่อง What are standards and why should I use them? ซึ่งเขียนโดยองค์กร The Web Standards Project ที่มีชื่อย่อว่า WaSP อะไรคือจุดมุ่งหมายของการใช้มาตรฐานเว็บ (Web Standards) ผลดีของการใช้มาตรฐานเว็บคืออะไร คำตอบในเรื่อง จุดมุ่งหมายและผลดีที่ใหญ่ที่สุดของเรื่องการใช้มาตรฐานเว็บ นั่นคือ Accessibility Accessibility คืออะไร เราสามารถแปลได้สองความหมาย ความหมายที่หนึ่งคือ การทำให้บุคคลที่ไร้ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และความหมายที่สองก็คือ การที่ผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บสามารถทำให้เว็บนั้นถูกใช้โดยอุปกรณ์ช่วยเหลือได้ มาตรฐานที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ จะอยู่ในความหมายที่สอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้เป็นบทความที่ผมเขียนไว้เมื่อสองปีก่อน เพื่อจะนำไปลงงาน<a href="http://www.it.kmitl.ac.th/exhibition49">ลาดกระบังนิทรรศ&#8217;49</a> แต่รู้สึกจะมีปัญหาเกิดขึ้น ก็เลยไม่ได้ใช้งาน วันนี้ไปนั่งคุ้ยๆ จัดระเบียบไฟล์งานของตัวเอง ก็เลยไปเจอบทความนี้เข้า เพราะฉะนั้นวันนี้เลยได้อู้หาเรื่องมาเขียนลงบล็อกได้ 1 วัน อิอิ</p>

<p><img src="http://blog.winginfotech.net/wp-content/uploads/2008/06/wasp-logo.png" alt="" /></p>

<p><strong>ทำไมต้องมาตรฐานเว็บ?</strong></p>

<p>หลายคนที่ทำเว็บมีความสงสัยว่าทำไมต้องมาตรฐาน? ทำไมต้องทำเว็บมาตรฐานด้วย ในเมื่อมันก็แสดงผลได้ อ่านได้ ไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงนั้น มีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความเป็นมาตรฐานอยู่มากมาย ที่เราอาจจะไม่ทราบมาก่อน บทความเรื่องมาตรฐานเว็บต่อไปนี้อ้างอิงมาจากบทความเรื่อง <a href="http://www.webstandards.org/learn/faq/">What are standards and why should I use them?</a> ซึ่งเขียนโดยองค์กร <a href="http://www.webstandards.org">The Web Standards Project</a> ที่มีชื่อย่อว่า WaSP</p>

<p>อะไรคือจุดมุ่งหมายของการใช้มาตรฐานเว็บ (Web Standards) ผลดีของการใช้มาตรฐานเว็บคืออะไร คำตอบในเรื่อง จุดมุ่งหมายและผลดีที่ใหญ่ที่สุดของเรื่องการใช้มาตรฐานเว็บ นั่นคือ Accessibility</p>

<p><span id="more-81"></span>
<strong>Accessibility</strong> คืออะไร เราสามารถแปลได้สองความหมาย ความหมายที่หนึ่งคือ การทำให้บุคคลที่ไร้ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และความหมายที่สองก็คือ การที่ผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บสามารถทำให้เว็บนั้นถูกใช้โดยอุปกรณ์ช่วยเหลือได้</p>

<p>มาตรฐานที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ จะอยู่ในความหมายที่สอง ซึ่งคำว่าอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ว่านั้น เราสามารถแบ่งออกเป็นสองพวกใหญ่ๆ อันได้แก่ Software/Machine และ People</p>

<p><strong>1.Accessibility to software/machines</strong>
การทำให้เว็บเราเป็นมาตรฐานนั้น สามารถทำให้เว็บเราสามารถถูก “เห็น” ได้โดยเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้น คำว่า “เห็น” ที่เรากำลังพูดถึง ไม่ได้หมายความว่าเป็นแค่การทำให้เว็บของเราไปอยู่ในฐานข้อมูลของเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นเท่านั้น แต่หมายรวมถึง การทำให้เว็บของเราสามารถถูก “อ่าน” โดยเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นได้โดยง่าย และถูกต้องตามโครงสร้าง ซึ่งจะส่งผลทำให้เว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นสามารถทำการดึงข้อมูลที่อยู่ในเว็บของเราออกมา และสามารถประมวลผลข้อมูลที่อยู่ในเว็บของเราได้อย่างถูกต้อง ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ที่ค้นข้อมูลตามเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นก็จะสามารถค้นข้อมูลได้ตรงตามที่ต้องการ แสดงผลข้อมูลได้ดีกว่า และถูกต้อง</p>

<p>การทำให้เว็บเป็นมาตรฐานนั้น ยังทำให้เบราว์เซอร์เก่าๆ สามารถเข้าใจโครงสร้างของเว็บเราได้อย่างถูกต้อง ถึงแม้ว่าเบราว์เซอร์เก่าๆ นั้นจะไม่สามารถแสดงผลหรือเข้าใจความสามารถใหม่ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาได้ แต่ก็ยังจะสามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างถูกต้องตามที่เราต้องการอยู่ เช่นเดียวกันกับ Robots หรือหุ่นยนต์ของเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น Robots จากเว็บเสิร์ชเอ็นจิ้นไหนก็ตาม ก็สามารถรวบรวมข้อมูลจากเว็บของเราได้อย่างถูกต้อง</p>

<p>การทำให้เว็บเป็นมาตรฐาน ทำให้เราสามารถถูกตรวจสอบโดยบริการต่างๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น การตรวจสอบความผิดพลาด (Errors) ที่เกิดขึ้นในเว็บเพจ ก็จะสามารถทำการตรวจสอบได้โดยง่าย ไม่สับสน และทำให้ประหยัดเวลาในการดีบั๊กได้มากมาย
การทำให้เว็บเป็นมาตรฐานทำให้หน้าเว็บนั้น สามารถถูกแปลงให้เป็นเอกสารชนิดอื่นได้โดยง่าย ยกตัวอย่าง เช่น ฐานข้อมูล หรือ เอกสารเวิร์ด นอกจากนั้นยังสามารถทำให้ข้อมูลถูกใช้โดยระบบ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้อีก เช่น ทีวี คอมพิวเตอร์พกพา หรือแม้กระทั่งมือถือ</p>

<p><strong>2.Accessibility to people</strong>
การทำเว็บให้เป็น Accessibility นอกจากจะมีประโยชน์ทำให้บุคคลที่ไร้ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล หรือผู้ที่พิการ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้แล้ว ยังมีประโยชน์ในการทำให้ผู้ที่ใช้เบราว์เซอร์ที่ไม่เหมือนเบราว์เซอร์ปกติทั่วไปก็ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เช่นกัน เช่น เบราว์เซอร์ที่มีความสามารถในการอ่านออกเสียงได้ เบราว์เซอร์ที่ทำการแปลหน้าเอกสารให้เป็นภาษาท้องถิ่นโดยอัตโนมัติ เบราว์เซอร์ที่จำกัดเรื่องขนาดพื้นที่ของการแสดงผล เบราว์เซอร์ที่แสดงโหมดเป็นตัวอักษรอย่างเดียว เป็นต้น</p>

<p>ในปัจจุบัน เราสามารถเข้าถึงเว็บได้หลากหลายวิธีการมากขึ้น ซึ่งทำให้เราต้องทำการออกแบบให้เข้ากับรูปแบบการเข้าถึงข้อมูลวิธีต่างๆ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะตอบสนองกับความต้องการได้อย่างทันท่วงทีด้วยวิธีการง่ายๆ การทำให้เว็บเป็นมาตรฐานเป็นก้าวใหญ่ก้าวแรกที่จะทำให้การตอบสนองกับการเข้าถึงในรูปแบบต่างๆ สามารถทำได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบวิธีการ</p>

<p>ผลที่เกิดขึ้นของเว็บที่ไม่เป็นมาตรฐานมีได้ตั้งแต่ที่เห็นผลกระทบทันที จนถึงกระทั่งผลกระทบที่เรามองไม่เห็น ดังตัวอย่างเช่น เว็บทางด้านธุรกิจ ถ้าผู้ที่ต้องการชมเว็บของท่านไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ แต่มันสามารถทำให้เกิดข้อแตกต่างอันยิ่งใหญ่กับผลกำไรของบริษัท เมื่อทำการเปรียบเทียบกับบริษัทคู่แข่งได้</p>

<p>ตัวอย่างดังที่บอกข้างต้น สามารถใช้ได้กับเว็บทุกชนิด ไม่เพียงแต่เว็บทางด้านธุรกิจอย่างเดียว บางทีคุณอาจจะเห็นว่า มาตรฐานเว็บมันอาจจะไม่ส่งผลกับคุณในระยะเวลาอันสั้น แต่อาจจะเห็นผลเสียที่เกิดขึ้นอย่างร้ายแรงในระยะยาวได้</p>

<p>ประโยชน์อีกข้อหนึ่งของมาตรฐานเว็บนอกจาก Accessibility แล้วก็คือเรื่องของความ <strong>Stability</strong> หรือความมั่นคง ตามปกติเว็บที่เป็นมาตรฐานจะถูกออกแบบให้สามารถแสดงผลได้ทั้งเบราว์เซอร์ทั้งเวอร์ชั่นเก่าและใหม่ ซึ่งหมายความว่า “มาตรฐานเว็บที่เป็นเวอร์ชั่นเก่า ก็จะสามารถใช้กับเบราว์เซอร์ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ได้อย่างถูกต้อง” และ “มาตรฐานเว็บที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ ก็จะสามารถแสดงผลกับเบราว์เซอร์ที่เป็นเวอร์ชั่นเก่าได้อย่างถูกต้อง” โดยจะถูก “ลดขั้น” ของการแสดงผลลงไปบางส่วน</p>

<p>เรื่องของความมั่นคงหรือ Stability อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ตามปกติการทำเว็บไซต์ จะมีผู้ออกแบบและพัฒนาหลายทีมตลอดระยะเวลาของมัน เราจำเป็นจะต้องทำให้ผู้ที่มาพัฒนาต่อจากเราสามารถเข้าใจ และสามารถแก้ไขได้ง่ายที่สุด ซึ่งสิ่งที่จะมาตอบสนองในสิ่งนี้ก็คือ มาตรฐานเว็บ ผู้พัฒนาสามารถติดตาม ทำความเข้าใจ และคุ้นเคยได้ง่าย ถ้าเราเพียงแค่ทำตามมาตรฐานเว็บเพียงเท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/06/08/why-web-standard/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Wireshark Lab : Introduction to Wireshark</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/06/07/wireshark-intro/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/06/07/wireshark-intro/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Jun 2008 06:20:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[CNT]]></category>
		<category><![CDATA[Wireshark]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=77</guid>
		<description><![CDATA[<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>1904</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>1904</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>2257</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3206</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  implode() [<a href='function.implode'>function.implode</a>]: Argument must be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3258</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3289</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3289</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3332</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3332</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3477</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3477</b><br />
หลังจากวันนี้เป็นต้นไป บล็อกของผมก็มีเรื่องราวซีรีย์ในทุกสัปดาห์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ Wireshark Lab ซึ่งซีรีย์นี้เกิดขึ้นได้เพราะวิชา Computer Network Technology หรือ CNT ที่ผมเรียนปริญญาโท (ปีแรก) อยู่ที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยอาจารย์โชติพัชร์ ภรณวลัยได้สั่งการบ้านแล็บทุกสัปดาห์ และให้ส่งการบ้านโดยการเขียนบล็อก!!! เพราะฉะนั้นทุกสัปดาห์ ใครที่เข้ามาอ่านบล็อกผมก็จะได้รับความรู้ทางด้านเน็ตเวิร์ก + ประสบการณ์จากการทำการบ้านของผมไปด้วยพร้อมกันครับ (ถ้าผมอู้ไม่เขียน ก็จะไม่มีคะแนนส่งการบ้านเหมือนกัน &#8211; -&#8221;) ลักษณะการบ้านแล็บทั้งหมด 11 แล็บนั้น (รู้สึกจะให้ทำแล็บละสัปดาห์) จะเป็นลักษณะของ Wireshark Lab ทั้งหมด ซึ่งแล็บแรกของวันนี้คือ Introduction to Wireshark ผมชอบคำพูดเริ่มต้นของแล็บนี้ที่บอกความเป็นจริงของการเรียนเน็ตเวิร์กว่า การที่จะรู้การทำงานของเน็ตเวิร์กได้นั้นเราจะต้อง &#8220;ดูมัน&#8221; และ &#8220;เล่นกับมัน&#8221; การที่เราจะดูมันได้นั้นเราจะต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ประเภท Packet Sniffer ซึ่งจะทำงานสองหน้าที่นั่นก็คือ การดักจับแพ็กเกต (Packet capture) ซึ่งจะคอยทำการดักจับข้อมูลทั้งหมดที่วิ่งเข้ามาและวิ่งออกไปจากเครื่องของเราทางเน็ตเวิร์ก และอีกหน้าที่คือการวิเคราะห์ข้อมูลแพ็กเกต (Packet Analyzer) ที่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลแพ็กเกตนั้นๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>1904</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>1904</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>2257</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3206</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  implode() [<a href='function.implode'>function.implode</a>]: Argument must be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3258</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3289</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3289</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3332</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3332</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  array_keys() [<a href='function.array-keys'>function.array-keys</a>]: The first argument should be an array in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3477</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  Invalid argument supplied for foreach() in <b>/home/admin/domains/winginfotech.net/public_html/blog/wp-content/plugins/wp-syntax/geshi/geshi.php</b> on line <b>3477</b><br />
<p><img src="http://blog.winginfotech.net/wp-content/uploads/2008/06/wsbadgewiki64.png" alt="" /></p>

<p>หลังจากวันนี้เป็นต้นไป บล็อกของผมก็มีเรื่องราวซีรีย์ในทุกสัปดาห์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ <strong>Wireshark Lab</strong> ซึ่งซีรีย์นี้เกิดขึ้นได้เพราะวิชา <strong>Computer Network Technology</strong> หรือ <strong>CNT</strong> ที่ผมเรียนปริญญาโท (ปีแรก) อยู่ที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยอาจารย์โชติพัชร์ ภรณวลัยได้สั่งการบ้านแล็บทุกสัปดาห์ และให้ส่งการบ้านโดยการ<strong>เขียนบล็อก!!!</strong></p>

<p>เพราะฉะนั้นทุกสัปดาห์ ใครที่เข้ามาอ่านบล็อกผมก็จะได้รับความรู้ทางด้านเน็ตเวิร์ก + ประสบการณ์จากการทำการบ้านของผมไปด้วยพร้อมกันครับ (ถ้าผมอู้ไม่เขียน ก็จะไม่มีคะแนนส่งการบ้านเหมือนกัน &#8211; -&#8221;)</p>

<p>ลักษณะการบ้านแล็บทั้งหมด 11 แล็บนั้น (รู้สึกจะให้ทำแล็บละสัปดาห์) จะเป็นลักษณะของ Wireshark Lab ทั้งหมด ซึ่งแล็บแรกของวันนี้คือ <strong>Introduction to Wireshark</strong></p>

<p><span id="more-77"></span>
ผมชอบคำพูดเริ่มต้นของแล็บนี้ที่บอกความเป็นจริงของการเรียนเน็ตเวิร์กว่า <strong>การที่จะรู้การทำงานของเน็ตเวิร์กได้นั้นเราจะต้อง &#8220;ดูมัน&#8221; และ &#8220;เล่นกับมัน&#8221;</strong></p>

<p>การที่เราจะ<strong>ดูมัน</strong>ได้นั้นเราจะต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ประเภท <strong>Packet Sniffer</strong> ซึ่งจะทำงานสองหน้าที่นั่นก็คือ <strong>การดักจับแพ็กเกต (Packet capture)</strong> ซึ่งจะคอยทำการดักจับข้อมูลทั้งหมดที่วิ่งเข้ามาและวิ่งออกไปจากเครื่องของเราทางเน็ตเวิร์ก และอีกหน้าที่คือ<strong>การวิเคราะห์ข้อมูลแพ็กเกต (Packet Analyzer)</strong> ที่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลแพ็กเกตนั้นๆ ออกมาแสดงผล</p>

<p><strong>Wireshark</strong> เป็นโปรแกรมประเภท Packet Sniffer ที่จะดักจับข้อมูลด้วยความช่วยเหลือของ <strong>pcap library</strong> และจะวิเคราะห์ข้อมูลแพ็กเกตที่ถูกดับจับ มาแสดงผลให้เราเห็นการทำงานของเน็ตเวิร์ก โดยแล็บแรกนี้จะเป็นเพียงแค่การแนะนำให้รู้จักการใช้งาน Wireshark เบื้องต้น รู้จักกับหน้าตาส่วนประกอบต่างๆ ของโปรแกรม การวิเคราะห์ดูข้อมูลเบื้องต้น และปิดท้ายด้วยคำถามท้ายบทซึ่งเป็นส่วนของการบ้านที่จะต้องนำมาตอบในบล็อกนี้นี่เอง</p>

<p>สำหรับคำถามผมจะคงคำถามภาษาอังกฤษไว้ เผื่ออาจจะแปลผิดทำให้คนอ่านสับสนได้</p>

<ol>
<li><strong>List up to 10 different protocols that appear in the protocol column in the unfiltered packet-listing window in step 7 above.</strong>

<ul>
<li>HTTP</li>
<li>UDP</li>
<li>ICMP</li>
<li>MSNMS</li>
<li>TCP</li>
<li>DNS</li>
<li>SSDP</li>
<li>IRC</li>
<li>IGMP</li>
<li>ARP<br />
<a class="thickbox" rel="" href='http://blog.winginfotech.net/wp-content/gallery/cnt/wireshark_intro_01.png' title=''><img src='http://blog.winginfotech.net/wp-content/gallery/cnt/thumbs/thumbs_wireshark_intro_01.png' alt='wireshark_intro_01.png' class='ngg-singlepic ngg-none' /></a></li>
</ul></li>
<li><strong>How long did it take from when the HTTP GET message was sent until the HTTP OK reply was received? (By default, the value of the Time column in the packet-listing window is the amount of time, in seconds, since Wireshark tracing began. To display the Time field in time-of-day format, select the Wireshark View pull down menu, then select Time Display Format, then select Time-of-day.)</strong>

<ul>
<li>0.502572 second</li>
</ul></li>
<li><strong>What is the Internet address of the gaia.cs.umass.edu (also known as www-
net.cs.umass.edu)? What is the Internet address of your computer?</strong>

<ul>
<li>Internet address of the gaia.cs.umass.edu is 128.119.245.12.<br />
My internet address is 192.168.2.101.<br />
<a class="thickbox" rel="" href='http://blog.winginfotech.net/wp-content/gallery/cnt/wireshark_intro_02.png' title=''><img src='http://blog.winginfotech.net/wp-content/gallery/cnt/thumbs/thumbs_wireshark_intro_02.png' alt='wireshark_intro_02.png' class='ngg-singlepic ngg-none' /></a></li>
</ul></li>
<li><strong>Print the two HTTP messages displayed in step 9 above. To do so, select Print from the Wireshark File command menu, and select “Selected Packet Only” and “Print as displayed” and then click OK.</strong></li>
</ol>


<div class="wp_syntax"><table><tr><td class="line_numbers"><pre>1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
</pre></td><td class="code"><pre class="" style="font-family:monospace;">No.     Time            Source                Destination           Protocol Info
     <span style="">51</span> <span style="">12</span>:<span style="">41</span>:<span style="">01.716937</span> 192.168.2.101         128.119.245.12        HTTP     GET /wireshark-labs/INTRO-wireshark-file1.html HTTP/<span style="">1.1</span> 
&nbsp;
Frame <span style="">51</span> <span class="br0">&#40;</span><span style="">555</span> bytes on wire, <span style="">555</span> bytes captured<span class="br0">&#41;</span>
Ethernet II, Src: Dell_3a:<span style="">62</span>:8e <span class="br0">&#40;</span>00:1c:<span style="">23</span>:3a:<span style="">62</span>:8e<span class="br0">&#41;</span>, Dst: SmcNetwo_ca:<span style="">32</span>:<span style="">48</span> <span class="br0">&#40;</span>00:04:e2:ca:<span style="">32</span>:<span style="">48</span><span class="br0">&#41;</span>
Internet Protocol, Src: 192.168.2.101 <span class="br0">&#40;</span>192.168.2.101<span class="br0">&#41;</span>, Dst: 128.119.245.12 <span class="br0">&#40;</span>128.119.245.12<span class="br0">&#41;</span>
Transmission Control Protocol, Src Port: <span style="">33858</span> <span class="br0">&#40;</span><span style="">33858</span><span class="br0">&#41;</span>, Dst Port: http <span class="br0">&#40;</span><span style="">80</span><span class="br0">&#41;</span>, Seq: <span style="">1</span>, Ack: <span style="">1</span>, Len: <span style="">489</span>
Hypertext Transfer Protocol
    GET /wireshark-labs/INTRO-wireshark-file1.html HTTP/<span style="">1.1</span>\r\n
        Request Method: GET
        Request URI: /wireshark-labs/INTRO-wireshark-file1.html
        Request Version: HTTP/<span style="">1.1</span>
    Host: gaia.cs.umass.edu\r\n
    User-Agent: Mozilla/<span style="">5.0</span> <span class="br0">&#40;</span>X11; U; Linux i686; en-US; rv:<span style="">1.9</span><span class="br0">&#41;</span> Gecko/<span style="">2008060309</span> Firefox/<span style="">3.0</span>\r\n
    Accept: text/html,application/xhtml+xml,application/xml;q=<span style="">0.9</span>,*/*;q=<span style="">0.8</span>\r\n
    Accept-Language: en-us,en;q=<span style="">0.5</span>\r\n
    Accept-Encoding: gzip,deflate\r\n
    Accept-Charset: UTF-<span style="">8</span>,*\r\n
    Keep-Alive: <span style="">300</span>\r\n
    Connection: keep-alive\r\n
    If-Modified-Since: Sat, 07 Jun <span style="">2008</span> 05:<span style="">39</span>:02 GMT\r\n
    If-None-Match: &quot;8734b-<span style="">51</span>-feed2980&quot;\r\n
    Cache-Control: max-age=<span style="">0</span>\r\n
    \r\n</pre></td></tr></table></div>


<p>ก็จบการบ้านแล็บแรก Introduction to Wireshark ทั้งหมด 4 ข้อเพียงเท่านี้</p>

<p>สุดท้ายคือ ผมชอบประโยคเกริ่นนำของชีทแล็บนี้มากที่ว่า</p>

<p><em>“Tell me and I forget. Show me and I remember. Involve me and I understand.”</em></p>

<p><strong>&#8220;จับปลาให้หนูหนึ่งตัว หนูกินได้หนึ่งวัน<br />
จับปลาให้หนูสองตัว หนูกินได้สองวัน<br />
สอนให้หนูจับปลาเป็น หนูกินได้ตลอดชีวิต&#8221;</strong></p>

<p>ปล. ภาษาไทยต่อท้ายผมเอามาเทียบกับคำคมในชีวิตผมเองนะครับ ไม่ได้แปลจากสำนวนหลักแต่อย่างใด</p>

<p>ข้อมูลเพิ่มเติม: <a href="http://blog.winginfotech.net/wp-content/uploads/2008/06/wireshark_intro_july_22_2007.pdf">แล็บชีท Introduction to Wireshark</a>, <a href="http://www.wireshark.org">Wireshark Official Website</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/06/07/wireshark-intro/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาช่วยให้ไฟร์ฟ็อกซ์ถูกบันทึกอยู่ในกินเนสส์บุ๊กกันเถอะ</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/05/29/set-firefox-world-recode/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/05/29/set-firefox-world-recode/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 May 2008 02:43:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[Firefox]]></category>
		<category><![CDATA[Guinness World Record]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=74</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อไฟร์ฟ็อกซ์คิดการใหญ่อยากถูกบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊ก แคมเปญ &#8220;Firefox 3 Download Day 2008&#8243; จึงเกิดขึ้น โดยทางโมซิลล่าได้เขียนลงในบล็อกชักชวนให้ผู้ที่ใช้งานไฟร์ฟ็อกซ์ (หรือแม้อาจจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม) ร่วมดาวน์โหลดไฟร์ฟ็อกซ์ 3 เพื่อให้ได้สถิติ &#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221; โดยผู้ที่อยากจะเข้าร่วมการทำสถิติครั้งนี้เพียงแค่เข้าไปที่หน้า Firefox 3 Download Day 2008 แล้วกดปุ่มเข้าร่วม (ในเว็บใช้คำว่า Pledge) จากนั้นใส่ประเทศที่ตัวเองอยู่ และอีเมลลงไป เพื่อรอรับข่าวสาร และวันเวลาที่จะร่วมทำสถิติ ไฟร์ฟ็อกซ์ 3 จะออกตัวจริงในเดือนมิถุนายนนี้ และปัจจุบันสถิติการใช้ไฟร์ฟ็อกซ์อยู่ที่ 39.1% ที่มา &#8211; Mozilla Blog]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://blog.winginfotech.net/wp-content/uploads/2008/05/foxkeh_dday_badge_stages.png" alt="" /></p>

<p>เมื่อไฟร์ฟ็อกซ์คิดการใหญ่อยากถูกบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊ก แคมเปญ <a href="http://www.spreadfirefox.com/en-US/worldrecord/">&#8220;Firefox 3 Download Day 2008&#8243;</a> จึงเกิดขึ้น โดยทางโมซิลล่าได้<a href="http://blog.mozilla.com/blog/2008/05/28/set-a-firefox-world-record/">เขียน</a>ลงในบล็อกชักชวนให้ผู้ที่ใช้งานไฟร์ฟ็อกซ์ (หรือแม้อาจจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม) ร่วมดาวน์โหลดไฟร์ฟ็อกซ์ 3 เพื่อให้ได้สถิติ <strong>&#8220;ซอฟต์แวร์ที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดภายในเวลา 24 ชั่วโมง&#8221;</strong> โดยผู้ที่อยากจะเข้าร่วมการทำสถิติครั้งนี้เพียงแค่เข้าไปที่หน้า <a href="http://www.spreadfirefox.com/en-US/worldrecord/">Firefox 3 Download Day 2008</a> แล้วกดปุ่มเข้าร่วม (ในเว็บใช้คำว่า Pledge) จากนั้นใส่ประเทศที่ตัวเองอยู่ และอีเมลลงไป เพื่อรอรับข่าวสาร และวันเวลาที่จะร่วมทำสถิติ</p>

<p>ไฟร์ฟ็อกซ์ 3 จะออกตัวจริงในเดือนมิถุนายนนี้ และปัจจุบัน<a href="http://www.w3schools.com/browsers/browsers_stats.asp">สถิติ</a>การใช้ไฟร์ฟ็อกซ์อยู่ที่ 39.1%</p>

<p>ที่มา &#8211; <a href="http://blog.mozilla.com/blog/2008/05/28/set-a-firefox-world-record/">Mozilla Blog</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/05/29/set-firefox-world-recode/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อกูเกิลรับฝากจาวาสคริปต์ไลบรารี</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/05/29/google_hosts_javascript_libraries/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/05/29/google_hosts_javascript_libraries/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 May 2008 19:18:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[AJAX]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Javascript]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=73</guid>
		<description><![CDATA[กูเกิลประกาศเปิดตัว &#8220;AJAX Libraries API&#8221; ซึ่งเป็นจาวาสคริปต์ที่เอาไว้เรียกจาวาสคริปต์ไลบรารีอีกทีหนึ่ง โดยมีแนวคิดว่า ปัจจุบันนักพัฒนาเว็บจำนวนมากนิยมใช้จาวาสคริปต์เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเว็บไซต์ให้มีลูกเล่นมากขึ้น และจาวาสคริปต์ไลบรารีก็เป็นเฟรมเวิร์กที่นักพัฒนาเว็บชอบใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการพัฒนา แต่ปัญหาคือ นักพัฒนาจะต้องนำจาวาสคริปต์ไลบรารีที่ตนเองใช้ เก็บไว้ที่โฮสของตนเองด้วยเสมอ ซึ่งหมายความว่า เว็บไซต์ต่างๆ ถึงแม้จะใช้จาวาสคริปต์ไลบรารีตัวเดียวกัน แต่ก็จะต้องโหลดไลบรารีของแต่ละเว็บใหม่ทุกครั้ง ซึ่งหมายถึงเวลาและแบนด์วิดท์ที่จะต้องสูญเสียไป (ถึงแม้ปัจจุบันจาวาสคริป์ไลบรารีเหล่านี้จะมีขนาดเพียงแค่ 10 &#8211; 100KB) AJAX Libraries API จึงเสนอทางเลือกให้กับผู้พัฒนาเว็บ โดยกูเกิลจะเป็นผู้เก็บจาวาสคริปต์ไลบรารีไว้ที่โฮสของกูเกิลเอง ผู้พัฒนาเว็บเพียงแค่ใส่โค้ดเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด (ดูตัวอย่างโค้ดได้จากเว็บไซต์หลัก) โดยไม่จำเป็นต้องเก็บไฟล์ใดๆ ไว้บนโฮสของตัวเองเลย ปัจจุบัน AJAX Libraries API สนับสนุนจาวาสคริปต์ไลบรารี 5 ตัว ได้แก่ jQuery prototype script.aculo.us MooTools dojo สิ่งที่ทุกคนกังวลอีกเช่นเคย คือเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะการเรียกจาวาสคริปต์จากโฮสของกูเกิล ก็หมายถึงข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่กูเกิลจะได้ไปอีกเช่นกัน ที่มา &#8211; /.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กูเกิลประกาศเปิดตัว <a href="http://code.google.com/apis/ajaxlibs/">&#8220;AJAX Libraries API&#8221;</a> ซึ่งเป็นจาวาสคริปต์ที่เอาไว้เรียกจาวาสคริปต์ไลบรารีอีกทีหนึ่ง โดยมีแนวคิดว่า ปัจจุบันนักพัฒนาเว็บจำนวนมากนิยมใช้จาวาสคริปต์เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวเว็บไซต์ให้มีลูกเล่นมากขึ้น และจาวาสคริปต์ไลบรารีก็เป็นเฟรมเวิร์กที่นักพัฒนาเว็บชอบใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการพัฒนา</p>

<p>แต่ปัญหาคือ นักพัฒนาจะต้องนำจาวาสคริปต์ไลบรารีที่ตนเองใช้ เก็บไว้ที่โฮสของตนเองด้วยเสมอ ซึ่งหมายความว่า เว็บไซต์ต่างๆ ถึงแม้จะใช้จาวาสคริปต์ไลบรารีตัวเดียวกัน แต่ก็จะต้องโหลดไลบรารีของแต่ละเว็บใหม่ทุกครั้ง ซึ่งหมายถึงเวลาและแบนด์วิดท์ที่จะต้องสูญเสียไป (ถึงแม้ปัจจุบันจาวาสคริป์ไลบรารีเหล่านี้จะมีขนาดเพียงแค่ 10 &#8211; 100KB)</p>

<p>AJAX Libraries API จึงเสนอทางเลือกให้กับผู้พัฒนาเว็บ โดยกูเกิลจะเป็นผู้เก็บจาวาสคริปต์ไลบรารีไว้ที่โฮสของกูเกิลเอง ผู้พัฒนาเว็บเพียงแค่ใส่โค้ดเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด (ดูตัวอย่างโค้ดได้จากเว็บไซต์หลัก) โดยไม่จำเป็นต้องเก็บไฟล์ใดๆ ไว้บนโฮสของตัวเองเลย
<!--break-->
ปัจจุบัน AJAX Libraries API สนับสนุนจาวาสคริปต์ไลบรารี 5 ตัว ได้แก่</p>

<ul>
<li>jQuery</li>
<li>prototype</li>
<li>script.aculo.us</li>
<li>MooTools</li>
<li>dojo</li>
</ul>

<p>สิ่งที่ทุกคนกังวลอีกเช่นเคย คือเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะการเรียกจาวาสคริปต์จากโฮสของกูเกิล ก็หมายถึงข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่กูเกิลจะได้ไปอีกเช่นกัน</p>

<p>ที่มา &#8211; <a href="http://ostatic.com/163191-blog/google-now-hosts-open-source-libraries">/.</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/05/29/google_hosts_javascript_libraries/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ในที่สุด GNOME ก็มี Tabbed file browsing</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/gnome-get-tabbed-file-browsing/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/gnome-get-tabbed-file-browsing/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 May 2008 14:08:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[GNOME]]></category>
		<category><![CDATA[Nautilus]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=69</guid>
		<description><![CDATA[ในปี 2001 ณ Bug tracker ของ GNOME ได้มีผู้ขอฟีเจอร์ Tabbed file browsing หลังจากนั้นก็มีคนขอฟีเจอร์นี้ตามมาอีกมากมาย ปัจจุบันปี 2008 ในที่สุดความฝันของผู้ใช้ GNOME ทั้งหลายก็เป็นจริง ความสามารถ Tabbed file browsing นี้จะถูกใส่เข้าไปใน GNOME 2.24 ซึ่งจะออกในเดือนกันยายนนี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี 2001 ณ Bug tracker ของ GNOME ได้มีผู้ขอฟีเจอร์ Tabbed file browsing</p>

<p>หลังจากนั้นก็มีคนขอฟีเจอร์นี้ตามมาอีกมากมาย</p>

<p>ปัจจุบันปี 2008 ในที่สุดความฝันของผู้ใช้ GNOME ทั้งหลายก็เป็นจริง</p>


<a href='http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/gnome-get-tabbed-file-browsing/nautilus-tabs/' title='nautilus-tabs'><img width="150" height="150" src="http://blog.winginfotech.net/wp-content/uploads/2008/05/nautilus-tabs-150x150.png" class="attachment-thumbnail" alt="nautilus-tabs" title="nautilus-tabs" /></a>
<a href='http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/gnome-get-tabbed-file-browsing/nautilus-tabs-1/' title='nautilus-tabs-1'><img width="150" height="137" src="http://blog.winginfotech.net/wp-content/uploads/2008/05/nautilus-tabs-1-150x137.png" class="attachment-thumbnail" alt="nautilus-tabs-1" title="nautilus-tabs-1" /></a>


<p>ความสามารถ Tabbed file browsing นี้จะถูกใส่เข้าไปใน GNOME 2.24 ซึ่งจะออกในเดือนกันยายนนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/gnome-get-tabbed-file-browsing/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>KDE 4.1 Beta1 ออกแล้ว</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/kde-4-1-beta1-release/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/kde-4-1-beta1-release/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 May 2008 12:20:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[KDE]]></category>
		<category><![CDATA[Linux]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=67</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ออก KDE 4.0 มาได้สักพักหนึ่ง และได้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ทั้งในแง่ดีและแง่เสีย ซึ่งในแง่เสียส่วนมากจะมีปัญหาในเรื่องของความเสถียร ซึ่งทางทีมงาน KDE เองก็ประกาศชัดว่า KDE 4.0 เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์ม &#8220;KDE 4&#8243; เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์ที่ยังขาดไปจะเริ่มทยอยมาใน KDE 4.1 (ข่าวเก่า) ทีมงานจึงได้ฤกษ์ออก KDE 4.1 Beta1 มาให้ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยที่น่าสนใจคือการนำโปรแกรมที่ยังตกค้างอยู่จาก KDE 3 มายัง KDE 4.1 โดยเฉพาะโปรแกรม Kontact ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประเภท PIM ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงให้เข้ากับการใช้งานทางธุรกิจมากขึ้น การปรับปรุงอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นในเรื่องของความเสถียร และการปรับปรุงในส่วนของการแสดงผลให้มีความสามารถมากขึ้น KDE 4.1 เวอร์ชันจริงจะออกในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่มา &#8211; kde.org ผ่าน Digg]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่ออก KDE 4.0 มาได้สักพักหนึ่ง และได้เสียงตอบรับจากผู้ใช้ทั้งในแง่ดีและแง่เสีย ซึ่งในแง่เสียส่วนมากจะมีปัญหาในเรื่องของความเสถียร ซึ่งทางทีมงาน KDE เองก็ประกาศชัดว่า KDE 4.0 เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์ม &#8220;KDE 4&#8243; เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์ที่ยังขาดไปจะเริ่มทยอยมาใน KDE 4.1 (<a href="http://www.blognone.com/node/6706">ข่าวเก่า</a>)</p>

<p>ทีมงานจึงได้ฤกษ์ออก KDE 4.1 Beta1 มาให้ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยที่น่าสนใจคือการนำโปรแกรมที่ยังตกค้างอยู่จาก KDE 3 มายัง KDE 4.1 โดยเฉพาะโปรแกรม Kontact ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประเภท PIM ซึ่งถูกนำมาปรับปรุงให้เข้ากับการใช้งานทางธุรกิจมากขึ้น</p>

<p>การปรับปรุงอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะเป็นในเรื่องของความเสถียร และการปรับปรุงในส่วนของการแสดงผลให้มีความสามารถมากขึ้น</p>

<p>KDE 4.1 เวอร์ชันจริงจะออกในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้</p>

<p>ที่มา &#8211; <a href="http://kde.org/announcements/announce-4.1-beta1.php">kde.org</a> ผ่าน <a href="http://digg.com/linux_unix/KDE_Project_Ships_First_Beta_of_KDE_4_1">Digg</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2008/05/28/kde-4-1-beta1-release/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไว้อาลัย ประเทศไทย</title>
		<link>http://blog.winginfotech.net/2007/04/18/farewell-my-thailand/</link>
		<comments>http://blog.winginfotech.net/2007/04/18/farewell-my-thailand/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Apr 2007 16:27:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>WingGundamZeroCustom.co.th</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ICT]]></category>
		<category><![CDATA[Syndromes and a Century]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://blog.winginfotech.net/?p=36</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อาจจะเป็นการเขียน blog ที่อู้ไปนิดนึง แต่ก็ขอแค่ยกข่าวสองข่าวมาทิ้งไว้ใน blog ตัวเอง เพื่อไว้อาลัยให้แก่ประเทศไทยครับ ข่าวแรกเป็นคำสัมภาษณ์ของรมต.ไอซีทีของไทยเองครับ เพิ่งฟัง รมต. ไอซีทีสิทธิชัย โภไคยอุดมให้สัมภาษณ์ทางวิทยุเมื่อสักครู่&#8230;ยืนยันว่าเป็นคน &#8220;ตกรุ่น&#8221; และไม่เคยอ่านเว็บเลย&#8230;&#8220;ดังนั้นถ้าใครจะให้ผมอ่านเว็บในอินเตอร์เน็ทเมื่อ ฟังความเห็นของเขาก็ลืมเสียเถิด เพราะผมแก่แล้ว&#8230;ไม่อ่านเว็บ..&#8221; คุณสิทธิชัยยอมรับกับนักข่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่ติดต่อกับใครผ่านอีเมล์เหมือนกัน &#8220;เพราะผมแก่แล้ว&#8221; ในรายการวิทยุเมื่อสักครู่นี้, รมต. ไอซีทีคนนี้บอกว่าจะออกจากตำแหน่งด้วยสองประการเท่านั้นคือนายกฯลาออก, หรือนายกฯให้เขาออก &#8220;ผมจะไม่มีการถอดใจลาออกก่อนแน่นอน&#8221; คุณ สิทธิชัยบอกกับคนสัมภาษณ์ว่าเขาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย &#8220;ความกลัว&#8221; ทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาจะทำให้อะไรเกิดขึ้นบ้าง &#8221; เช่นผมสั่งปิดยูทูบ ก็กลัวว่าถ้ามีคนด่าผมทั้งเมืองจะว่าอย่างไร แต่ก็โชคดีที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผมในเรื่องนี้&#8230;แต่แม้จะกลัว, ผมก็ต้องทำเพราะถือว่าเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียว&#8230;&#8221; รัฐมนตรีไอซีทีบอกว่าทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานด้วยความมันส์ แต่ทำเพราะเป็นหน้าที่ &#8220;เหมือนถ้าผมเป็นทหาร&#8230;ถูกสั่งให้ออกรบ แม้จะกลัวตายและไม่สนุก แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่&#8230;&#8221; คุณสิทธิชัยบอกว่าบุคลิกของเขาไม่เหมาะเป็นนักการเมืองแน่นอน ดังนั้นหลังจากหมดภารกิจครั้งนี้แล้วก็จะไม่มีทางหวนกลับมาการเมืองอีก &#8220;เสร็จจากนี้ผมจะกลับไปทำงานวิจัย&#8230;วิจัยเรื่องที่จะทำให้คนไทยเลิกงมงายกับเรื่องไสยศาสตร์หรือความเชื่อเรื่อดวงเสียที&#8230;&#8221; ข่าวที่สองที่จะนำมาไว้อาลัยอีกคือข่าวเรื่องการถูกแบนของหนังเรื่อง &#8220;แสงศตวรรษ&#8221; ซึ่งทุนมาจากต่างประเทศ แต่คนไทยเป็นคนสร้างครับ เรียน ท่านสื่อมวลชนและท่านผู้อ่านทุกท่าน เรื่อง งดฉายหนัง ‘แสงศตวรรษ’ ตาม กำหนดการเดิม วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้อาจจะเป็นการเขียน blog ที่อู้ไปนิดนึง แต่ก็ขอแค่ยกข่าวสองข่าวมาทิ้งไว้ใน blog ตัวเอง เพื่อไว้อาลัยให้แก่ประเทศไทยครับ</p>

<p>ข่าวแรกเป็นคำสัมภาษณ์ของรมต.ไอซีทีของไทยเองครับ</p>

<p>เพิ่งฟัง รมต. ไอซีทีสิทธิชัย โภไคยอุดมให้สัมภาษณ์ทางวิทยุเมื่อสักครู่&#8230;ยืนยันว่าเป็นคน &#8220;ตกรุ่น&#8221; และไม่เคยอ่านเว็บเลย&#8230;<strong>&#8220;ดังนั้นถ้าใครจะให้ผมอ่านเว็บในอินเตอร์เน็ทเมื่อ ฟังความเห็นของเขาก็ลืมเสียเถิด เพราะผมแก่แล้ว&#8230;ไม่อ่านเว็บ..&#8221;</strong></p>

<p>คุณสิทธิชัยยอมรับกับนักข่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่ติดต่อกับใครผ่านอีเมล์เหมือนกัน <strong>&#8220;เพราะผมแก่แล้ว&#8221;</strong></p>

<p>ในรายการวิทยุเมื่อสักครู่นี้, รมต. ไอซีทีคนนี้บอกว่าจะออกจากตำแหน่งด้วยสองประการเท่านั้นคือนายกฯลาออก, หรือนายกฯให้เขาออก</p>

<p>&#8220;ผมจะไม่มีการถอดใจลาออกก่อนแน่นอน&#8221;</p>

<p>คุณ สิทธิชัยบอกกับคนสัมภาษณ์ว่าเขาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย &#8220;ความกลัว&#8221; ทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาจะทำให้อะไรเกิดขึ้นบ้าง</p>

<p>&#8221; เช่นผมสั่งปิดยูทูบ ก็กลัวว่าถ้ามีคนด่าผมทั้งเมืองจะว่าอย่างไร <strong>แต่ก็โชคดีที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผมในเรื่องนี้&#8230;</strong>แต่แม้จะกลัว, ผมก็ต้องทำเพราะถือว่าเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียว&#8230;&#8221;</p>

<p>รัฐมนตรีไอซีทีบอกว่าทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานด้วยความมันส์ แต่ทำเพราะเป็นหน้าที่</p>

<p>&#8220;เหมือนถ้าผมเป็นทหาร&#8230;ถูกสั่งให้ออกรบ แม้จะกลัวตายและไม่สนุก แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่&#8230;&#8221;</p>

<p>คุณสิทธิชัยบอกว่าบุคลิกของเขาไม่เหมาะเป็นนักการเมืองแน่นอน ดังนั้นหลังจากหมดภารกิจครั้งนี้แล้วก็จะไม่มีทางหวนกลับมาการเมืองอีก</p>

<p>&#8220;เสร็จจากนี้ผมจะกลับไปทำงานวิจัย&#8230;วิจัยเรื่องที่จะทำให้คนไทยเลิกงมงายกับเรื่องไสยศาสตร์หรือความเชื่อเรื่อดวงเสียที&#8230;&#8221;</p>

<p>ข่าวที่สองที่จะนำมาไว้อาลัยอีกคือข่าวเรื่องการถูกแบนของหนังเรื่อง &#8220;แสงศตวรรษ&#8221; ซึ่งทุนมาจากต่างประเทศ แต่คนไทยเป็นคนสร้างครับ</p>

<p><font size="-1"><strong>เรียน ท่านสื่อมวลชนและท่านผู้อ่านทุกท่าน
เรื่อง งดฉายหนัง ‘แสงศตวรรษ’</strong></font></p>

<p><font size="-1">ตาม กำหนดการเดิม วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนนี้ จะเป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ โดยจะเป็นการฉายแบบจำกัดโรงเพียง 2 โรงเท่านั้น หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ เจ้ย &#8211; อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังแนวศิลปะที่ได้รับการจับตาในวงการหนังระดับโลก จากผลงานเรื่อง สุดเสน่หา และ สัตว์ประหลาด และยังเป็นศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธร ปี 2549 สาขาภาพยนตร์ จากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย</font></p>

<p><font size="-1">แสงศตวรรษ เป็นหนังเรื่องล่าสุดของ ‘เจ้ย’ ที่นอกจากจะได้แข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ และเดินทางไปฉายตามเทศกาลสำคัญต่างๆ มากกว่า 10 เทศกาลทั่วโลกแล้ว ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แสงศตวรรษ เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเอเชียโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส และรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จาก Asian Film Awards ประเทศฮ่องกง</font></p>

<p><font size="-1">แต่แล้วกำหนดการฉายหนังก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ทีมงานคาด ไว้ เมื่อแสงศตวรรษไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ โดยคณะกรรมการมีเงื่อนไขให้ฉายหนังเรื่องนี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องตัดฉากสำคัญ ออกไป 4 ฉาก</font></p>

<p><font size="-1">เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้กำกับ เจ้ย อภิชาติพงศ์ จึงตัดสินใจ ‘ไม่’ ตัดทอนหนังเรื่องนี้ ดังนั้นทางทีมงานจึงมีความจำเป็นต้องแจ้งให้ท่านสื่อมวลชนทราบว่า หนังเรื่อง แสงศตวรรษ จะไม่เข้าฉายในประเทศไทย</font></p>

<p><font size="-1">ในขณะนี้ผู้กำกับอภิชาติพงศ์กำลังเดินทางโปรโมตภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาแสดงความเสียใจผ่านทางอีเมล์ว่า</font></p>

<p><font size="-1">“ใน ฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด</font></p>

<p><font size="-1">ถ้า ลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด เพราะมันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น</font></p>

<p><font size="-1">มันไม่มีเหตุผลเลย ที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป”</font></p>

<p><font size="-1">แปล จาก &#8220;I, a filmmaker, treat my works as my own sons or my daughters. When I conceived them, they have their own lives to live. I don&#8217;t mind if people are fond of them, or despise them, as long as I created them with my best intentions and efforts. If these offspring of mine cannot live in their own country for whatever reasons, let them be free. Since there are other places that warmly welcome them as who they are, there is no reason to mutilate them from the fear of the system, or from greed. Otherwise there is no reason for one to continue making art.&#8221;</font></p>

<p><font size="-1">สำหรับ ความคืบหน้า หลังจากคุณอภิชาติพงศ์กลับมาถึงเมืองไทยแล้ว จะได้มีการจัดการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ รวมทั้งเสวนาถึงการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย โดย วัน เวลา และสถานที่จัดงานจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง</font></p>

<p><font size="-1">จึงเรียนให้ท่านสื่อมวลชน ทราบและขอความกรุณาช่วยเผยแพร่ข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วย และหากท่านสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องแสง ศตวรรษ (ข้อมูลภาษาอังกฤษและไทย รวมทั้งรูปภาพ) สามารถเข้าไปดูได้ที่ในเว็บ http://www.kickthemachine.com/works/Syndromes.html</font></p>

<p><font size="-1">ขอให้เสรีภาพฉายแสงในจิตใจของท่าน</font></p>

<p><font size="-1"><strong>ด้วยมิตรภาพ</strong></font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://blog.winginfotech.net/2007/04/18/farewell-my-thailand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
