หายหน้าหายตาจากการเขียนบล็อกไปนาน หลังจากที่ชีวิตมีอะไรเข้ามาเยอะแยะ ทั้งความรัก การงาน ชีวิตส่วนตัว บล็อกครั้งล่าสุดก็คงจะเป็นปีที่แล้วที่เขียนครบรอบคบกันหนึ่งปี แต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าไม่ได้เขียนจริงจังมาสองปีเต็มๆ แล้ว

สองปีที่ผ่านมามีอะไรเข้ามามาก เรื่องความรักที่ดูเหมือนจะไม่คงที่ในช่วงแรก แต่ปัจจุบันก็ถือว่าดีขึ้นมาก งานที่ทำที่เปลี่ยนมาหลากหลาย ทั้งงานดูแลระบบ เขียนเว็บ เป็นอาจารย์สอน บอกได้เลยว่าสนุกมาก ได้ประสบการณ์มาหลากหลายทั้งความจริงของตัวเราเองจนต้องได้พบกับจุดที่แย่ที่สุดในชีวิตในเรื่องงาน กว่าจะตั้งตัวใหม่ขึ้นมาได้ ก็ต้องคอยก้าวเดินทีละก้าวอีกครั้ง และค่อยๆ ประคองตัวเองขึ้นมาจนถึงปัจจุบันที่คิดว่ามีความสุขที่สุดได้

งานที่ผ่านมา งานทำเว็บดูท่าจะเป็นงานที่ไม่ค่อยอยากทำที่สุด แต่ก็ต้องทำ ทำให้เรามีเงินเหลือใช้ในแต่ละเดือนได้ แต่มีอัตราการล้มเหลวสูงมากๆ โดยเฉพาะนิสัยของเราที่ติสเกินไป ถึงตัวเองจะสามารถเขียนโปรแกรมได้ดีโดยเฉพาะช่วงที่หัวแล่นแบบสุดๆ แต่ตรงกันข้ามถ้าคิดไม่ออกมันก็คิดไม่ออกเลย และไม่อยากทำอะไรสักอย่าง แม้ว่ามันจะด่วนแค่ไหน สายแค่ไหน ยังไงๆ มันก็คิดไม่ออก แต่กลับพบว่าเราสามารถทำงานเกี่ยวกับเรื่องการคุยกับลูกค้าได้ดี โดยเฉพาะ การวิเคราะห์สิ่งที่ลูกค้าอยากได้ และสร้างเป็นรูปธรรมให้ลูกค้าเห็น จากนั้นจึงสั่งให้โปรแกรมเมอร์เขียนตามที่เราวิเคราะห์มา

งานดูแลระบบที่รับอยู่ประจำ คิดว่าเป็นงานที่มั่นคงที่สุดแล้ว จะมีก็แค่ช่วงไวรัสเข้า หรือระบบล่มที่อาจจะเครียดหน่อย แต่งานนี้ก็ทำให้มีรายได้มั่นคง อย่างน้อยที่สุดก็สามารถอยู่แบบประหยัดในแต่ละเดือนได้ อาจจะต้องเผชิญกับลูกค้าที่มีความหลากหลายทั้งไม่รู้เรื่องไอทีเลย จนถึงลูกค้าที่มีอีโก้สูงมากๆ ซึ่งการรับมือก็จะต่างกันไป

งานอาจารย์สอนเป็นงานที่คิดว่าตัวเองชอบมาก โดยเฉพาะถ้าได้สอนในสิ่งที่ตัวเองถนัดและชอบ เหมือนตัวเองเป็นผู้สร้างทางเดินให้กับลูกศิษย์ ให้เค้ามีทางเดินเพิ่ม ซึ่งเขาจะเดินหรือไม่เดิน ตัวของเค้าเองจะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่จะมีความสุขและสนุกมาก เมื่อตอนคิดค้นการสอนแบบใหม่ๆ รวมถึงวิธีการสอน และการพูดอย่างไรที่จะทำให้ลูกศิษย์เข้าใจ และอยากฟังมากที่สุด

อนาคต ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะสอนในเรื่องเหล่านี้ แต่ก็คงเป็นไปได้ยากแล้ว ยังไงก็หวังว่าจะคงมีโอกาสอีกสักครั้งนะ

IT Fundamental ฉบับ Open Source Network PHP and OOP Coding Linux Server หลังจากฝ่าวิกฤตความไม่แน่นอนของชีวิตฟรีแลนซ์มาได้สองปี ชิน เพื่อนสมัยเรียนป.ตรีด้วยกัน ก็ติดต่อมาบอกว่าบริษัทที่ทำงานอยู่ต้องการรับคนเพิ่ม โดยครั้งแรกติดต่อมาบอกว่าอยากได้ Support ช่วงกะดึก แต่ตอนนั้นไม่สนใจเพราะว่ามันเป็นกะดึก แต่ติดต่อมาอีกครั้ง คราวนี้บอกว่าอยากได้คนเชี่ยวชาญลินุกซ์ ก็เลยคิดว่าหางาน Part Time อีกสักงาน จะได้มั่นคงขึ้นหน่อยอีกแล้วกัน ก็เลยเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ แต่ปรากฎว่ามารู้เอาเกือบนาทีสุดท้ายว่าเค้าต้องการแต่ Full Time เท่านั้น ตอนไปสัมภาษณ์ก็เลยคิดว่าไปคุยเล่นๆ ขำๆ แล้วกัน ไม่ได้หวังหรือใส่ใจอะไร

แต่สุดท้ายปรากฎว่า ตอนสัมภาษณ์ คุยกันถูกคอมากๆ จนมาถึงตอนที่ถามว่าสนใจจะทำงานไหม ก็เลยตอบเค้าไปตามตรงว่า ตอนนี้ก็ทำงานอยู่หลายงาน เป็นฟรีแลนซ์ รวมถึงก็ยังเรียนป.โทอยู่ด้วย ตอนแรกหวังแค่ว่าเผื่อเค้าจะรับ Part Time จะทำเป็นลักษณะนั้นได้ไหม แต่ปรากฎเค้าพูดมาคำเดียวเลยว่า เลิกงานอื่นไปหมดเลยได้ไหม แล้วอยากได้เท่าไหร่ลองเสนอมาดู งานนี้ก็เลยมีลังเลเลยทีเดียว สุดท้ายก็เลยรอส่งเมลบอกอีกทีแล้วกัน

พอตัดสินใจได้ ก็เลยส่งเมลไปบอกเงินเดือนที่อยากได้กับเขา โดยคำนวณจากเงินเฉลี่ยที่สามารถหาได้ในแต่ละเดือน แล้วก็บวกเข้าไปอีกนิดหน่อยเผื่อในเรื่องของการเสียภาษี ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงปิดยาวปีใหม่พอดี คราวนี้ก็เลยต้องตื่นเต้นไปอีกหลายวัน กว่าเค้าจะตอบกลับมา

สุดท้ายเค้าก็ตอบกลับมาว่าลองมาคุยกันดูอีกรอบ โดยเดี๋ยว MD เค้าจะมาคุยด้วย ก็ตื่นเต้นอีกแหล่ะ ว่าเค้าจะต่อรองกลับมาว่าอย่างไร แต่ในใจก็คิดที่จะทำงานกับที่นี่ไว้แล้ว เพราะต่อให้โดนลดเงินเดือนอีกสักหน่อย ก็ยังมั่นคงกว่างานฟรีแลนซ์ที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ รวมถึงเนื้องานของบริษัทก็ชอบอยู่แล้วด้วย พอเข้ามาคุยกับที่บริษัทอีกรอบ เค้าก็ไม่ได้ต่อรองว่าจะลดเงินเดือนตามที่เสนอลง แต่บอกว่าขอเข้ามาทำงานและดูผลงานก่อน โดยเงินเดือนจะให้ลดลงมา หลังจากนั้นถ้าผ่านก็จะให้เงินเดือนตามที่ขอ แต่สุดท้าย ทำงานไปแค่เพียง 1 เดือน 17 วัน เค้าก็บอกว่าผ่านทันที ดีใจมากๆ

บริษัทมีชื่อว่า VPLS เป็นบริษัททำโฮสติ้ง โดยบริษัทแม่อยู่ที่อเมริกา บริษัทในเมืองไทยจะมีอยู่สองตำแหน่งใหญ่ๆ คือ Tech Support ที่จะคอยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าโฮสติ้งตาม Ticket ทุกวันกับ System Engineer ที่จะคอยพัฒนาระบบโฮสติ้งให้ดีขึ้น

ที่ผมสมัครเข้าไป คือ เป็นตำแหน่ง System Engineer ที่จะเน้นไปด้านลินุกซ์โดยเฉพาะ อาจจะต้องทำงานอื่นๆ บ้าง เช่น แก้ไขปัญหาเน็ตเวิร์ก แต่หลักๆ เลย คือเค้าต้องการเราไปทำระบบอัตโนมัติหรือ Automated System ที่จะทำให้ไม่ต้องใช้คนในการทำงานซ้ำๆ ที่มันดูเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์

ถ้าใครอยากจะมาสมัครบริษัทนี้จะเป็นตำแหน่งไหนก็ได้ที่เกี่ยวกับเน็ตเวิร์ก ลองติดต่อผมได้นะครับ

นี่ก็สามเดือนผ่านไปเต็มๆ กับบริษัทใหม่ หลายๆ อย่างก็เริ่มจะลงตัว ช่วงต้นเดือนหน้าก็ต้องเตรียมตัวไปสัมภาษณ์วีซ่าไปอเมริกาที่คาดว่าจะไปหลังสงกรานต์ โดยไปอยู่นานประมาณเดือนนึง เพื่อไปอบรมระบบที่จะนำมาใช้เป็นระบบ Cloud ในอนาคต ก็ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายเลยทีเดียว

สุดท้าย ด้วยงานที่ได้มา ทำให้ชีวิตส่วนตัวอะไรหลายๆ อย่างดีขึ้น หนี้ของแม่ที่มีปัญหามานาน ก็คงจะสามารถแก้ไขได้ในเวลาที่เร็วกว่าที่คิด เวลาส่วนตัวที่มีมากขึ้น มีเวลาให้คิดถึงตัวเอง คิดถึงการวางแผนอนาคต คิดถึงและได้ทำสิ่งที่อยากทำ และก็ทำให้มีเวลาได้มาเขียนบล็อกในครั้งนี้ไงครับ 😀