มาอีกแล้วครับวันนี้ กับรายงานงาน The First BarCamp Bangkok Winter 2008 ที่เพิ่งกลับมาหมาดๆ (ช่วงหลังเที่ยวบ่อยโคตร) มาดูกันเลยดีกว่าครับ

เริ่มแรกด้วยความหมายของงาน BarCamp ก่อนเลยครับ

BarCamp เป็นงานประชุมสัมมนาที่จัดโดยผู้เข้าร่วมสัมมนาเอง ไม่ว่าใครก็ตามที่สนใจสามารถเข้าร่วมพูดและฟังใน BarCamp ได้ หัวข้อใน BarCamp มักเกี่ยวกับเรื่องเว็บแอพพลิเคชันใหม่ๆ, เทคโนโลยีโอเพนซอร์ส, ความสัมพันธ์ภายในชุมชนออนไลน์ และการเก็บข้อมูลแบบมาตรฐานเปิด งาน BarCamp ครั้งนี้ใช้ทั้งสองภาษาคือไทยและอังกฤษ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับงาน BarCamp ที่มาที่ไปของงาน อ่านเต็มๆ ได้จากเว็บข้างล่างนี้เลยครับ
Press about BarCamp
รายงาน BarCamp Leeds 2007

เมื่อรู้จักกับงาน BarCamp แล้วก็มาร่วมเที่ยวงานนี้กับผมเลยดีกว่า

เมื่อมาถึงงานที่ Indus Restaurant ก็พบกับป้ายนำทางไปยังงานทันที ชอบคำข้างล่างป้ายที่บ่งบอกถึงลักษณะของผู้เข้าร่วมงานนี้สุดๆ

GEEKS THIS WAY

มายังที่ลงทะเบียน ที่มีพี่ๆ น่ารักต้อนรับอยู่ (แต่มีเจ้าของแล้ว หุหุหุ)

ป้ายชื่อของผู้ลงทะเบียนแต่ละคน ต้องเขียนชื่อ กับองค์กรของตัวเอง แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็น Tags ความชอบของตัวเองที่ให้เขียนลงไปนี่แหล่ะ อิอิ (ดีไม่เขียนว่า Otaku)

บรรยากาศภายในงาน มีชาวต่างประเทศมาร่วมงานนี้เยอะพอสมควรทีเดียว เห็นว่ารู้จักงานนี้มาจากทาง Facebook ทั้งนั้นเลย ไม่น่าเชื่อ

โต๊ะลงทะเบียน มีเครื่องแมคให้ถ่ายรูปตัวเองเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย อิอิ

หลังจากนั้น จะมีกระดาษให้เราลงหัวข้อที่เราอยากจะพูด

แล้วให้เราเอากระดาษไปแปะ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานแต่ละคนลงคะแนนว่าอยากฟังหัวข้อไหนบ้าง ส่วนผมมาสายไปหน่อยครับ แปะหัวข้อที่จะพูดไม่ทัน หุหุหุ

พอถึงเวลา เขาก็จะเอาหัวข้อที่มีคนให้คะแนนกันเยอะๆ มาใส่ตามช่วงเวลาที่มีให้พูด โดยจะเริ่มตั้งแต่ 11.00 – 13.00 น. ในช่วงเช้า และ 14.00 – 18.00 น. ในช่วงบ่าย โดยมีเวลาให้พูดเซคชันละ 30 นาที ห้องจะมีทั้งหมด 3 ห้อง ให้เราเลือกหัวข้อที่เราสนใจแล้วเข้าไปฟังเองตามห้องนั้นๆ ครับ

ต่อไปนี้จะเริ่มเป็นเซคชันต่างๆ ที่ผมเข้าไปฟังแล้วนะครับ จะมี Short note ย่อๆ ที่ผมจดมาจากที่ฟังแต่ละเซคชันมาให้อ่านกัน

มาถึงคนแรกกัน คนนี้มาเสวนาในหัวข้อ “การทำบริษัท Software ด้วยตนเอง” (ชื่อ หัวข้อแต่ละหัวข้อ อาจจะจำได้ไม่แม่น แต่ก็ประมาณนี้นะครับ ส่วนชื่อผู้พูดแต่ละท่าน อาจจะจดไม่ทัน หรือไม่ได้จำมาก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ)

คนนี้มาสายไปหน่อย เลยได้ฟังแค่ช่วงหลังๆ สิ่งที่เขาบอกมามีดังนี้ครับ

  • แนะนำให้ทำ Product เป็นของตัวเอง ไม่ควร Customize ทำตามสั่งลูกค้า เพราะในเมืองไทย ตลาดจะขายได้น้อย ขายได้ไม่กี่บริษัท ให้ทำ Product ตัวเองไปเลยดีกว่า จะขายได้เยอะกว่า และพัฒนาได้ดีกว่า
  • ให้ถามคนรอบตัวว่า Product ของเรานั้น Work หรือเปล่า บางทีเราทำอาจจะคิดว่ามันดี แต่ในตลาดอาจจะไม่ก็ได้
  • อย่าทำคนเดียว ให้ร่วมกับเพื่อน เพราะจะได้ไม่คิดอยู่มุมเดียว แต่อย่ามากเกิน เหมาะสมสักประมาณ 4 คน แต่ต้องตกลงกันเรียบร้อยไปเลยว่าแบ่งยังไง หุ้นกันเท่าไหร่ (สำคัญมาก จากประสบการณ์จริง)
  • ชื่อบริษัทตกลงกันให้เคลียร์
  • ตั้งบริษัทโดยไปขอผ่านเว็บที่กรม….. (ผมจำไม่ได้) ได้เลย ตั้งได้ 3 ชื่อ บางทีต้องใส่ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราจะทำลงไปด้วย เช่น Software เป็นต้น ไม่งั้นชื่อจะไม่ผ่าน
  • ถ้าลงทุนเกิน 1 ล้านบาท จะเสียภาษีสูง แต่จะสามารถยกเว้นภาษีโดย Sipa ได้โดยการขอ BOI (มันคืออะไร ผมไม่รู้จัก??)
  • สามารถขอ BOI ผ่าน Sipa ได้เลย โดยให้ขอตั้งแต่ตอนตั้งบริษัทเลย

บรรยากาศของคนที่มาฟังเซคชันนี้ครับ

หัวข้อต่อไปคือ “Making Magick with SSH” ครับ บรรยาย (อย่างรวดเร็วโคตรๆ จดไม่ทัน) โดย Joson Smith มาจาก Proven Corporation

เค้าบอกว่า SSH สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด ได้แก่

  • Firewall and NAT Penetration
  • Port Forwarding
  • Web Proxying
  • VPN
  • Windows magic too

คนนี้เค้าเดโมเทคนิคต่างๆ ให้ดูเร็วมากๆ ยิ่งกว่าเทพเสียอีก เท่าที่พอจดมาทันก็ได้แก่

  • เราสามารถล็อคอินเข้า ssh โดยไม่ต้องใส่ user-pass โดยทำการ gen key ssl ขึ้นมา
  • screen โปรแกรมนี้ผมเคยใช้มาแล้ว มักจะใช้ในเรื่องของเวลาเรารีโมทเข้าไปควบคุมเซิร์ฟเวอร์ แล้วเน็ตตัดกระทันหัน งานอะไรที่เราทำอยู่จะโดนยกเลิกไปทันที แต่ screen จะทำให้เรากลับมาทำงานนี้ต่อได้อยู่ แต่หลังจากมาเจอเทพใช้ screen ของจริง เค้าใช้โดยแบ่ง tab ให้กับ ssh รีโมทเซิร์ฟเวอร์พร้อมๆ กันหลายๆ session โดยใช้จากหน้าจอเดียวเลย
  • นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ OpenSSH ในการรีโมทเข้าไปสั่งงานวินโดว์ผ่านทาง Command line ได้ด้วย เค้าบอกว่าเราสามารถทำอะไรบนวินโดว์ได้ทุกอย่างผ่านคำสั่ง net แม้กระทั่งเรื่องของการสร้าง user และตั้งรหัสผ่าน
  • เทคนิคในการใช้ SSH โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของ .known_host file
  • การใช้ SSH เป็นคล้ายๆ กับ Proxy โดยสมมติสถานการณ์เข้า youtube.com ไม่ได้เพราะโดนบล็อก (อิอิ) ก็ให้เซิร์ฟเวอร์ที่เราสามารถ SSH เข้าแทน

พอดีนั่งแอบฟังเซคชันข้างๆ มาด้วย เขาพูดเรื่อง “Command line Productivity” เลยแอบจดมาสองสาม Command

  • ls **/foo.txt
  • less **/foo.txt
  • rm **/*~
  • locate java | grep java$ | wc -l

มาถึงเซคชันต่อไปเป็นเรื่องของ “PHP Framework”

  • Framework เหมือนเลโก้ มีตัวต่ออยู่แล้ว เอาตัวต่อมาใช้ประโยชน์ ต่อให้เป็นรูปแบบต่างๆ อย่างที่เราต้องการ
  • ลักษณะของ Framework
  • Reusable Design
  • API and Code libraries
  • Helper scripting
  • Standard structure
  • Top layer on Software Developer Technology Stack
  • ประโยชน์ของ Framework
  • High productivity (Speed ++)
  • Good
  • Smooth team support
  • Easy maintenceance
  • DRY
  • NEED

มาถึงเขาอธิบายถึง Framework ที่เขาพัฒนาเองแล้ว มีชื่อว่า Hoffman (หรือเปล่า ไม่ค่อยแน่ใจ) โดยเขาทำเป็นโปรเจคจบปีสี่ แล้วก็ไม่ได้ทำต่ออีก จนกระทั่งเอามาปัดฝุ่นเพิ่มเริ่มทำใหม่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา โดยมีฟีเจอร์ดังนี้

  • MVC Pattern
  • Routing URL
  • addon config by XML
  • Wrapper Class
  • Activerecord, Model Layer = Logic Layer
  • Multilanguage
  • Access control list
  • UNICODE
  • GO PHP5 (5.2)
  • Cache

บรรยากาศผู้เข้ามาฟังเซคชันนี้

มาถึงเซคชันต่อไป เป็นเรื่องของ “Open Source Web Developer Community Development”

  • ปัญหา
    • นักพัฒนาเว็บมีน้อย ไม่พอความต้องการของตลาด
    • ที่มีอยู่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามที่ควร (ข้อนี้เห็นด้วยสุดๆ)
    • ชุมชนแบ่งปันความรู้ไม่แข็งแกร่ง
  • เป้าหมาย
    • ยกระดับให้รับ Out Source จากต่างประเทศได้
    • ลดช่องว่างความรู้เทคโนโลยีใหม่ระหว่างนักพัฒนาเว็บชาวไทยและต่างประเทศ
    • สร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน เพื่อให้ความรู้กระจายกว้าง
  • Process
    • แพลตฟอร์มสำหรับแบ่งปัน (Blog, Forum)
    • กระตุ้นให้เกิดการแบ่งปัน (International Conference)
    • ลดช่องว่างความรู้ (Seminar Books)
    • สร้างความต่อเนื่อง (Web Camp)

และมาโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องจะขอทุนจาก Sipa เพื่อส่งตัวแทนไปร่วม Conference ระดับโลก เช่น

  • Web 2.0
  • Open Source Convention

โดยฟรีทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรม อาหาร รวมถึง Pocket Money ด้วย!!! เพียงแต่เมื่อกลับมาจะต้องมาแบ่งบันความรู้ต่อตาม Process ของการกระตุ้นให้เกิดการแบ่งปันดังข้างต้นต่อไป (ซึ่งผมก็สมัครไปเรียบร้อย เผื่อจะมีโอกาสกะเค้ามั่ง อิอิ)

และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย กินข้าวเที่ยงครับ งานนี้อิ่มจัง ตังค์อยู่ครบ ขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกท่านเลยครับ

อาหารออกแนวแขกๆ หมดเลย มีผักทอด ไก่แดง แกงกะหรี่ โรตี ข้าวผัดออกแนวแขกๆ หน่อย ตบท้ายด้วยน้ำเปล่า เอ๊ะ ไม่ใช่ครับ ข้าวเหนียวมะม่วงต่างหาก อิอิ พูดแล้วน้ำลายไหลเลย

กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วก็เดินถ่ายรูปเล่นสักนิดหน่อย

คนนี้เจ้าของเว็บ FuKDuK.tv Internet TV เจ้าแรกของประเทศไทย ที่แนวไม่เหมือนใคร (และเจ้าของก็แนวไม่เหมือนใครจริงๆ)

ดูพิธีกรช่อง Ubuntu Channel ระหว่างถ่ายทำรายการไปลง FuKDuK.tv แค่นี้ก็แนวโคตรๆ แล้ว

หมดแล้วครับสำหรับเซคชันช่วงเช้า สำหรับช่วงบ่ายนั้น ขอเอาไปลงต่อในบล็อกวันพรุ่งนี้นะครับ มีไฮไลท์สุดยอดหัวข้อที่มีคนเข้าฟังเยอะที่สุดด้วย นั่นคือ

AV Development Cycle!!!!

ใช่ แล้ว อ่าน และผมพิมพ์ไม่ผิดแน่นอน คำแรกคือ AV ซึ่งย่อมาจาก Adult Video แน่นอนครับ งานนี้เจ้าของเซคชันมาบอกว่า มันมีสาระเหมือนกับ Software Development Cycle แต่มันจะจริงหรือไม่นั้น ติดตามต่อได้จาก Part 2 ต่อได้เลยครับ

รายชื่อ Part ทั้งหมดของ BarCamp Bangkok Winter 2008

รายงาน The First BarCamp Bangkok Winter 2008 Part 2
รายงาน The First BarCamp Bangkok Winter 2008 Part 3
รายงาน The First BarCamp Bangkok Winter 2008 Part Special