วันนี้ไปอ่านเว็บตอบสัมภาษณ์ ดร.ธวัชชัย แห่ง GotoKnow ที่ Blognone มา (เว็บ Blognone จะชอบสัมภาษณ์บุคคลที่มีชื่อเสียงในโลกไอที โดยจะให้ผู้ที่เข้ามาอ่านเว็บคิดคำสัมภาษณ์ แล้วรวบรวมให้ผู้ถูกสัมภาษณ์มาตอบทีเดียว) อ่านแล้วคำถามแรกที่เกิดขึ้นมาเลย เขาเป็นใคร ตรูไม่รู้จัก หลังจากเริ่มอ่านคำตอบสัมภาษณ์ไปเรื่อยๆ ก็พอรู้ได้ว่า เขาเป็นผู้ดูแลเว็บที่น่าจะดังมากอยู่หลายเว็บ น่าจะมีเว็บเกี่ยวกับ KM อยู่ด้วย พัฒนาเว็บขึ้นมาเองโดยใช้ Ruby on Rails (RoR) เป็น Programmer เป็นอาจารย์ระดับดร. อยู่ที่ม.สงขลา และเป็น Geek!!!

Geek ถ้าใครยังไม่รู้จักคำนี้จะอธิบายกันง่ายๆ ตามคำแปลของดิคชันนารีว่า “บุคคลที่มีความเก่งกาจ แต่ขาดความสามารถในการเข้าสังคม” แต่ก็มีอีกคำที่ใช้ในความหมายคล้ายๆ กันคือคำว่า Nerd แต่ปัจจุบันความหมายของคำว่า Geek กับ Nerd เริ่มเปลี่ยนไปในแง่บวกเป็น “ผู้ที่มีความสามารถเก่งกาจทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยี”

แต่ประเด็นเราจะไม่ได้คุยกันเรื่องความหมายของ Geek หรือ Nerd หรอก แต่เราจะพูดถึงเรื่องที่ผมจะไม่ค่อยได้เห็นอาจารย์ในระดับดร.ที่เป็น Geek และความมีความคิดเห็นที่น่าสนใจที่ตรงกับผมหลายอย่างต่างหาก

ความคิดหนึ่งที่ชอบมากคือเรื่อง KM ปัจจุบันเราจะเห็นองค์กรหลายที่ประกาศล้วนแต่จะบอกว่า องค์กรกรูมี KM แล้วนะ มีการทำ KM แล้ว แต่อาจารย์ท่านบอกว่า เรากำลังจะตกอยู่ในหลุมดำของ KM หรือเปล่า ที่มีขึ้นมาก็เพื่อความโก้หรู มีขึ้นมาแต่ก็ทำกันอยู่แค่ไม่กี่คน แล้วก็บอกคนอื่นไปทั่ว ว่าเรามีการจัดการองค์ความรู้แล้วนะ องค์กรเราจะพัฒนาแล้ว ทั้งๆ ที่ขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Participation หรือการมีส่วนร่วมของคนทุกคน สุดท้ายก็ลืมจุดประสงค์หลักของ KM ไป นั่นก็คือ “การแลกเปลี่ยนความรู้”

แต่แนวความคิด KM ก็ยังมีอุปสรรคอีกอย่างในเรื่องของ Participation นั่นก็คือ เรื่องของความร่วมมือ ต่อให้เราเปิดในเรื่องการมีส่วนร่วมให้ดีแค่ไหน ถ้าคนมันจะไม่สนใจอ่ะนะ มันก็ไม่มีประโยชน์ ความคิดมันก็มีหลายแบบตั้งแต่ ทำไปก็ไม่เห็นตัวเองจะได้อะไรเพิ่มขึ้น ไม่เห็นจะได้ “เงิน” เพิ่มขึ้น มีแต่เหนื่อย ขี้เกียจ หรือความคิดอีกแบบคือ เวลามีคนเก่งๆ เข้ามา เราก็จะคิดว่า “เราจะไปมีความคิดอะไรสู้เขาได้หรือ” ก็เลยอยู่เฉยๆ ไปเลย แล้วก็คิดไปเองว่า เดี๋ยวปล่อยให้พวกเก่งๆ จัดการก็พอแล้ว ไม่ต้องมีเราหรอก ทั้งๆ ที่แต่ละคนมีความสามารถไม่เหมือนกันอยู่แล้ว และถ้าเอาความสามารถของแต่ละคนมารวมกัน ก็ย่อมดังคำที่ว่า “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” และความคิดสุดท้ายที่ทำให้ KM ไม่ประสบความสำเร็จคือ “ตรูไม่สนใจ”

พูดถึงเรื่องความสนใจ ก็ไปเข้าเรื่องสัมภาษณ์อีกเรื่องหนึ่งของอาจารย์ธวัชชัยก็คือ นักศึกษาสายคอมพิวเตอร์สมัยนี้แย่ไหม ซึ่งตัวผมเห็นด้วยและประสบกับความจริงเลยที่ว่า นักศึกษาสายคอมพิวเตอร์กว่า 90% ไม่ชอบคอมฯ ไม่สนใจคอมฯ ซึ่งทำให้คุณภาพ “การศึกษา”ของนักศึกษาแย่มาก แต่คุณภาพในฐานะที่เป็น “นักศึกษา” เขาไม่ได้แย่ตาม สาเหตุเป็นเพราะเขาทำสิ่งที่เขาไม่ได้สนใจ หรือชอบกับมัน

สาเหตุที่เป็นอย่างนี้ก็คงอย่างที่อาจารย์ธวัชชัยตอบเช่นกัน คือ นักศึกษาไม่ค้นพบว่าตัวเองชอบอะไร และตลกกับคำพูดท้ายของอาจารย์ที่ว่า “คนที่ได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ถือได้ว่าเป็นคนที่มีบุญจริงๆ สำหรับในประเทศนี้”

คำพูดที่ผมชอบมากอีกคำ

“Geeks ก็มีหัวใจนะครับ ความรักกับ Geeks เป็นของคู่กันครับ”

ปัจจุบันก็คงจะยอมรับตัวเองว่าเป็น Geeks แล้ว (จริงๆ เป็นมาเป็นชาติ คงตั้งแต่เริ่มจับคอมฯ แล้วแหล่ะ) การมีความรักนี่แหล่ะ ที่มันสรรค์สร้างให้ตัวผมเป็น Geeks ที่ไม่ใช่มัวแต่ Geeks ไปวันๆ แต่พยายามสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ ค้นหาสิ่งใหม่ๆ ทำชีวิตให้สนุก ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ฝืนกับมัน ถ้าขาดความรักไป ผมก็คงมีชีวิตตายซากไปวันๆ เพียงเท่านั้น

ยังมีอะไรอยากพูดอีกมาก จะยกยอดไปเขียนต่อภาคสองคราวหน้าแล้วกันครับ