“วันนี้มานั่งใคร่ครวญตัวเองอีกแล้วครับทั่น ว่าความสุขของชีวิตคืออะไร

ชีวิตประจำวันผมตอนนี้ก็มีเพียงแค่ ตื่นเช้ามาที่คณะ ถ้าหิวข้าวก็กินสักหน่อย ถ้าไม่ก็กลับหออาบน้ำ ใช้เวลาส่วนตัวกับคอมส่วนตัวสักหน่อย เสร็จแล้วก็กลับมาคณะนั่งทำงานต่อ ตอนเย็นก็ไปวิ่ง กินข้าว อาบน้ำ เสร็จแล้วก็กลับมาคณะทำงานต่อจนดึก แล้วก็หลับ”

สองย่อหน้าข้างบนที่ผมเขียนมันคือสิ่งที่ผมเขียนค้างไว้ตั้งแต่ปีมะโว้ สักสองเดือนก่อนได้ และก็ไม่ได้เขียนต่ออีก เพราะไม่รู้ว่าคำตอบของมันคืออะไร แต่วันนี้หลังจากที่ได้ฟังธรรมะ ฉบับเดลิเวอร์รี่ส่งตรงถึงที่ฝึกงานผม โดยพระมหาสมปอง และพระอีกรูปหนึ่ง (ขออภัยด้วยครับที่จำนามของท่านไม่ได้) ก็ได้รับรู้กับสิ่งที่ต้องการสักที

กับชีวิตที่ดำเนินไปเรื่อยๆ ซ้ำๆ ซากๆ จำเจ มีหลายๆ คนถามผมว่าไม่เบื่อหรือ มีหลายคนที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง ต้องการอะไรที่ไม่ซ้ำซากจำเจ ชีวิตต้องมีสาระ ท้าทาย ซึ่งผมสามารถตอบเค้าได้ว่า “ผมไม่เบื่อครับ” แต่ผมกลับไม่สามารถตอบได้ว่า “ทำไมถึงไม่เบื่อ”

แต่วันนี้หลังจากฟังธรรมะมาผมก็สามารถตอบได้แล้วว่า ทุกๆ อย่างมันมีคุณค่าในตัวของมันเอง ไม่ว่าเราจะทำงานซ้ำซาก จำเจ น่าเบื่อแค่ไหน หรือเราจะดำเนินชีวิตกันอย่างโลดโผน ต้องหาอะไรใหม่ๆ ท้าทาย แต่ถ้าเราคิดจะทำมันอย่างมีความสุขแล้ว มันก็จะไม่มีทางที่จะเบื่อ และสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขและไม่ติดขัดกับมันครับ

เล่าถึงที่ฝึกงานให้ฟังสักหน่อย ผมคิดว่าที่ผมได้มาฝึกงานที่ INET นี่ได้อะไรหลายๆ อย่างมากๆ จากที่ตอนแรกคิดจะแค่ว่าจะเพียงแค่มาดูระบบงานของที่นี่สักนิดหน่อย มาดูชีวิตประจำวัน ดูสังคมของพนักงานบริษัทใหญ่ๆ และคงจะไม่ค่อยได้ทำอะไรมากหรอก แต่ทุกอย่างมันกลับตรงข้ามกับที่ผมคิด ด้วยพี่ๆ ที่ใจดีมากๆ เป็นกันเอง ใส่ใจคนรอบข้าง (ซึ่งตรงข้ามกับที่ผมอิมเมจไว้กับสังคมบริษัท โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ) ทุกคนทำงานกันจริงจังเวลาทำงาน และพูดคุยกันเวลาว่างๆ อย่างเฮฮา (สุดๆ) นอกจากนี้ที่ประทับใจที่สุดคงเป็นพี่อ้อฝ่าย HR (ย่อมาจาก Human Resource หรือฝ่ายบุคคล เผื่อใครไม่รู้จัก) ที่มาแนะนำ และแนะแนวทางการสมัครงานตั้งแต่การเขียน Resume จนถึงการเข้าสัมภาษณ์ รวมถึงการแนะแนววิธีการดำเนินชีวิตอย่างเป็นกันเอง และไม่มีปิดบัง หมกเม็ดแม้แต่นิดเดียว (ชีวิตพี่อ้อเค้าโชกโชนมากครับ :P) นอกจากนี้ผมเข้ามาฝึกงานที่บริษัทนี้เพียงแค่ไม่ถึง 2 เดือน (ทำงาน 2 อาทิตย์ หยุด 2 อาทิตย์ และมาทำงานต่ออีก 2 อาทิตย์ ทำๆ หยุดๆ อีกต่างหาก – -” ถ้าเป็นฝึกงานจริงๆ จังๆ คงโดนไล่ออกเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้วล่ะ) ก็ได้ร่วมกิจกรรมภายในบริษัทไปซะ 2 งานแล้ว ก็คือ วันสงกรานต์ (นั่งเป่าลูกโป่ง) และก็ธรรมะเดลิเวอร์รี่ (ผมมาฟังสายอีกต่างหาก) นี่แหล่ะครับ

ซึ่งหลังจากจบการฝึกงานนี้แล้วก็เข้าใจที่เค้าบอกว่า “ต่อให้เงินเดือนสูงแค่ไหน ผมก็คงไม่ทำกับบริษัทนั้น ถ้าสภาพสังคมการทำงาน ชีวิต และเพื่อนฝูงไม่ดี และไม่มีความสุข” ทำงานได้เงินเดือนนิดๆ หน่อยๆ แต่ทำแล้วมีความสุขดีที่สุดครับ 😀

ปล. วันนี้วงเล็บเยอะจังวุ้ย ปอ. วันนี้ผมมีความสุขเพิ่มขึ้นกับงานที่ทำแล้วล่ะครับ หาเหตุผลได้แล้ว ปฮ. “เธอช่วยชีวิตของฉันเอาไว้ เธอทำให้รู้ควรมีชีวิตอยู่เพื่อใคร คนที่เคยหมดไฟ ได้กลับฟื้นได้ยืนอีกครั้งก็เพราะรักเธอ” ไม่มีอะไรครับ แค่เพลงที่กำลังฟังอยู่เฉยๆ อิอิ